
ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงในวันนี้ สอดคล้องดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ที่ปรับตัวลงเช่นกัน ท่ามกลางแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
ณ เวลา 22.18 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ลบ 658.04 จุด หรือ 1.23% สู่ระดับ 52,698.08 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 [SP500.X] และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ลบ 2.18% และ 3.67% ตามลำดับ
นอกจากนี้ การซื้อขายถูกกดดันจากถ้อยแถลงของนายโธมัส บาร์กิน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาริชมอนด์ ซึ่งระบุว่า เขาคาดว่าเฟดจะต้องเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้เขายังไม่แน่ใจว่าเฟดจะปรับขึ้นอีกมากน้อยเพียงใด หรือจะดำเนินการด้วยความเร็วเพียงใดก็ตาม
ทั้งนี้ ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม CFO Summit ประจำปี 2026 ที่จัดโดยเฟดสาขาริชมอนด์ นายบาร์กินได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และกล่าวว่า นโยบายการเงินจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน
“อัตราการว่างงานอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงเกินไป นั่นหมายความว่าแนวทางการดำเนินนโยบายค่อนข้างชัดเจนแล้ว คำถามสำคัญก็คือ เราจะดำเนินการด้วยความเร็วแค่ไหน”
“การดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล หากคุณคิดว่าโลกยังมีความไม่แน่นอน และเชื่อว่าจะมีข้อมูลใหม่ ๆ เข้ามาหลังจากนี้ ผมคิดว่าการดำเนินนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไปถือเป็นแนวทางที่เหมาะสม” นายบาร์กินกล่าว
แรงหนุนจากหุ้น Chevron และ Johnson & Johnson ที่ดีดตัวขึ้น ไม่เพียงพอที่จะช่วยพยุงดัชนีดาวโจนส์ให้รอดพ้นจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
หุ้นที่เกี่ยวข้องกับกระแสการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะหุ้นที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมชิปและศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ต่างปรับตัวลง ท่ามกลางความกังวลว่า การที่พรรคเดโมแครตกวาดชัยชนะในสภาคองเกรส รวมถึงชัยชนะในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐในรัฐสำคัญหลายแห่ง อาจนำไปสู่การเพิ่มความเข้มงวดด้านกฎระเบียบต่อการขยายการลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั่วสหรัฐ
จอร์แดน วัตสัน ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนของบริษัทแทนเด็ม อินเวสต์เมนต์ แอดไวเซอร์ส กล่าวว่า การพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งของตลาดหุ้น และการโยกย้ายเงินลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจเป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราว
“เราอาจกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนมากขึ้น ขณะที่นักลงทุนกำลังประเมินผลการเลือกตั้งและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากนโยบายต่าง ๆ”
“ผมจะไม่มองการซื้อขายหุ้นในวันพุธว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าความเสี่ยงทั้งหมดได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่จะมองว่าเป็นเสียงเรียกร้องให้มีการใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบมากขึ้นเกี่ยวกับเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลที่กำลังไหลเข้าสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI รวมถึงการตั้งคำถามว่าการลงทุนเหล่านั้นจะสร้างผลตอบแทนได้ตามที่นักลงทุนคาดหวังหรือไม่” เขากล่าว
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 65,000 ตำแหน่งในเดือนตุลาคม หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนกันยายน และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2%
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





