“เฮกเซธ” ยืนกรานไม่ถอย ป้องผลงานกลาโหม-สงครามอิหร่าน เมินแรงกดดันถอดถอน

พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประกาศผ่านคลิปวิดีโอเมื่อวันพฤหัสบดี (5 พ.ย.) ว่าจะเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป แม้เผชิญกระแสเรียกร้องให้ถอดถอนเขาออกจากตำแหน่ง พร้อมยืนยันว่าสงครามอิหร่านเป็นภารกิจที่กล้าหาญและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ หลังพรรครีพับลิกันพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งกลางเทอมสัปดาห์นี้

ในคลิปวิดีโอความยาวกว่า 4 นาที เฮกเซธชี้แจงผลงานการบริหารกระทรวงกลาโหม ทั้งการปลดผู้บริหารระดับสูง การยุติโครงการส่งเสริมความหลากหลาย และการห้ามบุคคลข้ามเพศเข้ารับราชการในกองทัพ พร้อมระบุว่าฝ่ายตรงข้ามโจมตีเขาและรัฐบาลเพราะเห็นว่าการทำงานมีประสิทธิผล และยืนยันว่าจะไม่ยอมถอยจากแรงกดดันดังกล่าว

เฮกเซธยังเรียกความพยายามถอดถอนตนเองว่าเป็นเรื่องที่มีแรงจูงใจทางการเมือง พร้อมยกกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเคยถูกสภาผู้แทนราษฎรถอดถอนมาแล้ว 2 ครั้ง โดยระบุว่าการโจมตีเพื่อทำลายชื่อเสียงทางการเมืองไม่อาจทำอะไรทรัมป์ได้ และจะไม่ประสบความสำเร็จกับเขาเช่นกัน

ถ้อยแถลงของเฮกเซธมีขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากสมาชิกสภาคองเกรสที่เพิ่มขึ้น โดยเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยกล่าวว่า สงครามอิหร่านเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้พรรครีพับลิกันสูญเสียเสียงข้างมากในสภาคองเกรส

รายงานระบุว่า เฮกเซธเป็นบุคคลที่มีความขัดแย้งสูงในแวดวงการเมืองสหรัฐฯ จนเผชิญแรงต่อต้านแม้กระทั่งจากสมาชิกพรรครีพับลิกันด้วยกันเอง โดยประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มีทั้งสงครามอิหร่าน การปลดนายทหารระดับสูงหลายราย และความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับสมาชิกสภาคองเกรส ในช่วงที่รัฐบาลกำลังผลักดันงบประมาณกลาโหมสูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงให้การสนับสนุนเฮกเซธ โดยระบุว่ารัฐมนตรีกลาโหมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ไม่ได้ให้คำตอบชัดเจนว่าจะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งหรือปลดเฮกเซธหรือไม่

ทรัมป์มองว่า แรงต่อต้านเฮกเซธส่วนหนึ่งมาจากการปลดนายทหารระดับสูงหลายราย โดยระบุว่ากองทัพมีนายพลระดับสี่ดาวมากเกินไป และบางรายมีแนวคิดแบบ Woke ซึ่งเขาไม่เห็นด้วย พร้อมกล่าวชื่นชมบทบาทของเฮกเซธในการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาและอิหร่าน

ขณะที่ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความตั้งคำถามว่าเหตุใดเฮกเซธจึงยังดำรงตำแหน่งอยู่ หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยในการเลือกตั้งกลางเทอมและเตรียมกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสปีหน้า โดยพรรคประกาศเตรียมสอบสวนการบริหารกระทรวงกลาโหมของเฮกเซธ รวมถึงกรณีปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมและนายทหารระดับสูงรายอื่น

ส่วนโธมัส แมสซี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน เตรียมยื่นญัตติถอดถอนเฮกเซธอีกครั้งในสัปดาห์หน้า พร้อมเตือนว่ากระบวนการถอดถอนครั้งนี้จะเป็นเพียงแรงกดดันเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่เฮกเซธต้องเผชิญ หลังพรรคเดโมแครตเข้าควบคุมสภาคองเกรสในปีหน้า ซึ่งจะมีทั้งการไต่สวนและการพิจารณาคดี

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/รัตนา พงศ์ทวิช