
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ลงนามในกฤษฎีกาเมื่อวันพฤหัสบดี (5 พ.ย.) สั่งให้นำทรัพย์สินในรัสเซียของบริษัท เจแปน โทแบคโค อิงค์ (Japan Tobacco Inc. หรือ JT) ไปอยู่ภายใต้การบริหารจัดการชั่วคราวของบริษัทสัญชาติรัสเซีย ซึ่งนับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดเพื่อตอบโต้ประเทศที่คว่ำบาตรรัสเซียจากกรณีสงครามยูเครน
กฤษฎีกาดังกล่าวครอบคลุมทรัพย์สินในรัสเซียของ เจที อินเตอร์เนชันแนล (JT International) หน่วยธุรกิจต่างประเทศของกลุ่มบริษัทยาสูบยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ทั้งนี้ ธุรกิจในรัสเซียสร้างยอดขายให้เจแปน โทแบคโค คิดเป็นสัดส่วนราว 10% ของยอดขายทั้งหมด
แม้คำสั่งดังกล่าวไม่ได้ชี้แจงเหตุผลแน่ชัด แต่ที่ผ่านมาทำเนียบเครมลินเคยใช้มาตรการทำนองนี้กับบริษัทยุโรปมาแล้ว โดยอ้างว่าเป็นธุรกิจจากประเทศ “ที่ไม่เป็นมิตร” กับรัสเซีย
ที่ผ่านมา เจแปน โทแบคโค ยังคงปักหลักดำเนินธุรกิจในรัสเซีย สวนทางกับบริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่ที่ทยอยถอนตัวออกไป หลังรัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อปี 2565
ด้านเจแปน โทแบคโค แถลงในวันนี้ (6 พ.ย.) ยืนยันว่าคำสั่งนี้ครอบคลุมบริษัทย่อยในรัสเซีย 4 แห่ง โดยบริษัทกำลัง “พิจารณารายละเอียดในเรื่องนี้ ทางเลือกต่าง ๆ ที่สามารถทำได้ และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับกลุ่มบริษัท”
ด้าน ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น แถลงข่าวในวันเดียวกันว่า รัฐบาลญี่ปุ่นเรียกร้องให้รัสเซียเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวแล้ว พร้อมระบุว่า “ญี่ปุ่นเรียกร้องมาโดยตลอดให้รัสเซียคุ้มครองผลประโยชน์อันชอบธรรมของชาวญี่ปุ่นและภาคธุรกิจญี่ปุ่น” และรัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมรับมืออย่างเหมาะสม โดยประสานงานร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องและบริษัท JT
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นเปิดเผยว่า คิมิตาเกะ นากามูระ อธิบดีกรมกิจการยุโรป ได้ยื่นประท้วงต่อ นิโคไล นอซเดรฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำญี่ปุ่น ต่อกรณีที่ปูตินลงนามคำสั่งดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ถอนคำสั่งทันที
หลายเดือนที่ผ่านมา รัสเซียเพิ่มแรงกดดันต่อญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งกรณีที่ปูตินเดินทางเยือนเกาะพิพาท (ซึ่งรัสเซียถือครองอยู่แต่ญี่ปุ่นอ้างกรรมสิทธิ์) เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมา และเหตุการณ์ควบคุมตัวนักข่าวญี่ปุ่นในแถบตะวันออกไกลของรัสเซียเมื่อเดือนก่อน ฐานต้องสงสัยว่าเป็นสายลับ
ปัจจุบัน เจแปน โทแบคโค ซึ่งมีโรงงานผลิต 4 แห่งในรัสเซีย รวมถึงในแคว้นเลนินกราดและลีเปตสค์ จ้างพนักงานรวมราว 4,000 คน โดยเริ่มทำธุรกิจในรัสเซียมาตั้งแต่ปี 2542 และเติบโตขึ้นเป็นบริษัทยาสูบรายใหญ่ที่สุดในตลาดเมื่อปี 2550
ด้านสำนักข่าวทาสส์ (Tass) ของรัสเซียรายงานว่า คำสั่งดังกล่าวระบุให้นำสัดส่วนการถือหุ้นใน 4 กิจการ ได้แก่ ดอนสกอย ทาบัก (Donskoy Tabak), เปเรสลาฟล์-ทาบัก (Pereslavl-Tabak), เจทีไอ เยเลตส์ (JTI Yelets) และเครส เนวา (Kres Neva) ไปอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท เจเอสซี อินดัสเทรียล แอสเซทส์ (JSC Industrial Assets) เป็นการชั่วคราว
ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2566 รัสเซียเคยออกกฎเกณฑ์เปิดทางให้รัฐบาลหรือบริษัทท้องถิ่นเข้าคุมการบริหารทรัพย์สินในรัสเซียของบริษัทจาก “ชาติที่ไม่เป็นมิตร” ได้ชั่วคราว
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช





