ASW โฟกัสโอน 5 โครงการพร้อมอยู่-สร้างเสร็จหนุนผลงานโค้งสุดท้ายหลังอวดงบ 9 เดือนแรกกำไรพุ่งทะยาน 57%

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอสเซทไวส์ [ASW] กล่าวว่า ASW จะสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในไตรมาสสุดท้าย จากแผนส่งมอบโครงการสร้างเสร็จใหม่เพิ่มอีก 5 โครงการ มูลค่า 10,400 ล้านบาท ประกอบด้วย

โครงการในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ทั้ง “เควาลอน” (KAVALON) มูลค่ารวม 4,500 ล้านบาท “เคฟ เพลย์กราวด์ ลาดพร้าว-บดินทรเดชา” (Kave Playground Ladprao-Bodindecha) มูลค่า 1,600 ล้านบาท “โมดิซ โวยาจ ศรีนครินทร์” (Modiz Voyage Srinakarin) มูลค่า 2,600 ล้านบาท

และ โครงการในภูเก็ต คือ “เดอะ ไทเทิล วิลล่า เอสเตลลา ในยาง” (THE TITLE Villa Estella Naiyang) มูลค่า 500 ล้านบาท และ “เดอะ ไทเทิล เชียโล่ ราไวย์” (THE TITLE Cielo Rawai) มูลค่า 1,200 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ASW ยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ ไตรมาส 3/69 มูลค่าทั้งสิ้น 38,163 ล้านบาท ที่จะทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 71

“ช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ASW โฟกัสกับการบริหารจัดการ Inventory ซึ่งคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ ช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงปลายปี ส่วนพอร์ตภูเก็ต ด้วยกระแสตอบรับที่ดีจากการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงก่อนหน้า ไฮซีซั่นนี้เราจึงสานต่อโมเมนตัมบวกด้วยการพัฒนาโครงการใหม่กระจายในหลากทำเลศักยภาพ พร้อมกับเร่งโอนโครงการสร้างเสร็จใหม่ ซึ่งมีจุดแข็งสำคัญคือสัดส่วนการชำระเงินโอนล่วงหน้าในระดับสูง ด้วยแรงบวกเหล่านี้ทำให้เราเชื่อมั่นว่า ASW จะสามารถผลักดันรายได้ให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” นายกรมเชษฐ์ กล่าว

สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในไตรมาสสุดท้ายคาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการรัฐ ทั้งโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS และการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความสามารถในการผ่อนได้มากขึ้น ตลอดจนการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ LTV และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อโครงการพร้อมอยู่ (Ready to Move) ในช่วงปลายปีนี้

ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตยังมีดีมานด์แข็งแกร่งสอดรับกับภาคการท่องเที่ยวที่เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น จากกลุ่ม High-Net-Worth Individuals (HNWIs) ที่มองหาบ้านหลังที่สอง และกลุ่ม Digital Nomad ที่ต้องการอยู่อาศัยแบบ Long-stay เพื่อท่องเที่ยว ร่วมงานเทศกาลหรืออีเวนต์ต่างๆ รวมถึงพักผ่อนเพื่อหลบอากาศหนาวเย็นตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้จนถึงต้นปีหน้า และการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่จากต่างประเทศมายังภูเก็ต ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำศักยภาพของภูเก็ตในการเป็น World Destination ของคนทั่วโลก

ส่วนผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 69 บริษัททำรายได้สะสมทั้งสิ้น 8,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยังบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ 43% และทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิสะสม 1,080 ล้านบาท เติบโตขึ้น 57% หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิราว 13%

โดยแรงขับเคลื่อนรายได้หลักในไตรมาส 3/69 มาจากยอดโอนโครงการ Leisure Residence สร้างเสร็จใหม่ในภูเก็ต ภายใต้การพัฒนาของบมจ.ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ [TITLE] บริษัทในเครือ ทั้งไฮไลต์โปรเจกต์อย่าง เดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา (THE TITLE Heritage Bang-Tao) มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท และเดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง (THE TITLE Serenity Naiyang) มูลค่า 4,000 ล้านบาท ที่ส่งมอบอย่างต่อเนื่องแม้อยู่นอกฤดูกาลท่องเที่ยว รวมถึงโครงการคอนโดมิเนียมใกล้มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะโมดิซ วอลท์ เกษตร-ศรีปทุม (MODIZ Vault Kaset-Sripatum) มูลค่ารวม 2,200 ล้านบาท และเคฟ วันเดอร์แลนด์ (KAVE Wonderland) แคมปัสคอนโดใกล้ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต มูลค่ารวม 2,550 ล้านบาท ที่ทำยอดโอนต่อเนื่องได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงเปิดภาคเรียนที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด