CPAXT พลิกขาดทุน 564 ลบ.ใน Q3/69 รับรู้ด้อยค่าและค่าใช้จ่ายปิด 673 สาขา Lotus’s Go Fresh มูลค่า 1,894 ลบ.

CPAXT เผยไตรมาส 3/69 พลิกเป็นขาดทุน 564 ล้านบาท และฉุดกำไรสุทธิในงวด 9 เดือนลดลง 39.6% เหลือ 4,105 ล้านบาท จากรายการ One Time Expense ที่เกิดจากการด้อยค่าและตัดจำหน่ายสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างสาขา Lotus’s Go Fresh จำนวน 1,894 ล้านบาท โดยทยอยปิด 673 สาขา หลังทบทวนความเหมาะสมของเครือข่ายสาขา Lotus’s Go Fresh แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกระแสเงินสดและสภาพคล่องของบริษัทฯ คาดหวังเชิงบวกหลังปรับโครงสร้างธุรกิจในไตรมาส 4/69

บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า [CPAXT] เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3ของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าเติบโตร้อยละ 2.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจค้าส่งและการขยายธุรกิจในต่างประเทศ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่สามารถรักษาสมดุลระหว่างนโยบายด้าน
ราคาสินค้าและการบริหารจัดการสินค้าสูญเสียได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ที่กล่าวไว้ในเบื้องต้นส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่าย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นครั้งเดียวและเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่ใช่เงินสดซึ่งเป็นรายการการด้อยค่าและตัดจำหน่ายสินทรัพย์ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างสาขา Lotus’s Go Fresh จำนวน 1,894 ล้านบาท

บริษัทฯ จึงรายงานขาดทุนสุทธิ 564 ล้านบาท ทั้งนี้ หากไม่รวมค่าใช้จ่ายดังกล่าว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 2,013 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ส่วนในงวด 9 เดือน ปี 2569 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 4,105 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 39.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักมาจากต้นทุนในการจัดจำหน่าย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และค่าใช้จ่ายพิเศษเพิ่มขึ้น อนึ่ง หากไม่รวมรายการปรับปรุง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นครั้งเดียวและเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่ใช่เงินสด จะมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติจำนวน 6,696 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 0.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีNormalized net profit margin ที่ร้อยละ 1.7

ในงวด 9 เดือนปี 2569 บริษัทฯมีรายได้ รวมทั้งสิ้น 398,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12,646 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายสินค้าเท่ากับ 381,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,209 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สนับสนุนจากการเติบโตของรายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจค้าส่งและกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่ร้อยละ 4.7 และร้อยละ 0.8 ตามลำดับ

ทั้งนี้ สัดส่วนยอดขาย Omni Channelของบริษัทฯ และบริษัทย่อยคิดเป็นร้อยละ 23.7 ของรายได้จากการขายสินค้า สะท้อนประสิทธิผลของกลยุทธ์การขยายสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนยอดขายโดยรวมแม้ภาวะกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงเปราะบาง

*ปิด Lotus’s Go Fresh 673 สาขา คาดหวังผลบวกปรับโครงสร้างธุรกิจใน Q4/69

CPAXT ระบุว่า จากการดำเนินกลยุทธ์ Asset Optimization และการปรับโครงสร้างธุรกิจตามแผนที่ได้รับอนุมัติ ส่งผลให้บริษัทฯต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปิดสาขาจากการปรับกลยุทธ์ โดยหลักประกอบด้วยขาดทุนจากการด้อยค่าและตัดจำหน่ายสินทรัพย์ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้องซึ่งได้ผ่านการสอบทานโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

รายการดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-time Expense) จำนวน 1,894 ล้านบาท และส่วนใหญ่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด (Non-cash Transaction) ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯในไตรมาส 3 ปี 2569 และงวด 9 เดือนปี 2569 มีผล(ขาดทุน)กำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน (563) ล้านบาทและ 4,105 ล้านบาทตามลำดับ

ทั้้งนี้ บริษัทฯ ได้ทบทวนความเหมาะสมของเครือข่ายสาขา Lotus’s Go Fresh โดยมุ่งเน้นทำเลที่มีศักยภาพและรูปแบบร้านค้าที่สามารถรองรับความหลากหลายของสินค้า (Assortment) ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค บริษัทฯ จึงทยอยปิด 673 สาขาซึ่งเป็นสาขาที่มีข้อจำกัดด้านทำเลหรือพื้นที่ใช้สอยและเป็นอุปสรรคต่อการจัดวางสินค้าได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้
เพื่อเปิดโอกาสในการพัฒนาสาขาใหม่ในพื้นที่ศักยภาพโดยมีขนาดและรูปแบบร้านค้าที่เหมาะสมสามารถนำเสนอสินค้าได้หลากหลายยิ่งขึ้นและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้นส่งผลให้บริษัทฯทบทวนการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์ตามแนวทางแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ และรับรู้การด้อยค่า และตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้งาน รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปิดสาขา

อย่างไรก็ตามรายการดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกระแสเงินสดและสภาพคล่องของบริษัทฯแม้ว่าการรับรู้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในระยะสั้นแต่บริษัทฯคาดว่าการปรับโครงสร้างธุรกิจจะช่วยลดภาระต้นทุนจากสาขาและสินทรัพย์ที่ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายในการทำกำไรและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน
สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยบริษัทฯคาดว่าจะเริ่มเห็นผลเชิงบวกจากการปรับโครงสร้างธุรกิจตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2569 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ บริษัทฯให้ความสำคัญกับการบริหารสินทรัพย์และพอร์ตธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีแนวทางดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ การทบทวนผลการดำเนินงานและศักยภาพของสาขาอย่างเหมาะสม การพิจารณาความคุ้มค่าของการลงทุนและการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรไปยังธุรกิจและทำเลที่มีศักยภาพในการเติบโตและสร้างผลตอบแทน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการพัฒนารูปแบบร้านค้าและเครือข่ายสาขาให้สามารถตอบสนองความต้องการ ของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นควบคู่กับการบริหารต้นทุน การปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานและการเพิ่มความคล่องตัวของโครงสร้างองค์กรเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและลดความเสี่ยงจากการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจในอนาคต

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร