‘อนุทิน’ รับไทยเสี่ยงระบาดโควิด-19 ระยะ 3 วอนอย่าปิดข้อมูลเดินทาง

“อนุทิน” ยอมรับไทยเสี่ยงเข้าระยะ 3 วอนประชาชนอย่าปกปิดข้อมูลหลังเดินทางไปประเทศเสี่ยง ชี้สร้างผลเสียร้ายแรง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) โดยระบุว่า สถานการณ์ไม่ดี ยอดผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มอีก 3 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม รวม 40 ราย แม้จะรักษาหาย กลับบ้านได้เพิ่มอีก 2 ราย แต่ผู้เฝ้าระวังเพิ่ม 200 กว่าราย สถานการณ์ในประเทศไทย มีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่เฟสที่ 3 คือ การระบาดในประเทศไทย

เรามีวิธีการที่จะหยุด หรือยืดระยะเวลาเข้าสู่เฟสที่ 3 ช่วยกันควบคุมการระบาดในประเทศไทยได้ด้วยการดูแลตัวเองให้ปลอดภัย ปลอดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยการ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ อยู่ห่างไกลคนไอ จาม หลีกเลี่ยงสถานที่มีการจัดกิจกรรมและมีชุมนุมชนจำนวนมาก ทุกครั้งที่ป่วย ไอ จาม ต้องใส่หน้ากากอนามัย ตลอดเวลา และรีบไปพบแพทย์ รวมทั้งให้ข้อมูลรายละเอียดแก่แพทย์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

“ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า การปกปิดข้อมูลและสาเหตุอาการป่วย อาจจะทำร้ายคนในครอบครัว และคนที่คุณรัก ให้เจ็บป่วย และเสียชีวิตได้ หากรักษาไม่ทัน เพราะไม่รู้สาเหตุของโรค”

โดยก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ได้โพสต์เฟซบุ๊กขอความร่วมมือจากประชาชน เพื่อจะสู้กับไวรัสโควิด-19 ไปด้วยกัน โดยระบุว่า หลังประกาศโรคติดต่ออันตราย ทำให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจตามกฎหมาย ตรวจและสอบสวนโรคได้มากขึ้น เราก็พบผู้ต้องสงสัย ผู้มีความเสี่ยง และผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศที่มีความเสี่ยงที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก

กระทรวงสาธารณสุข กำลังพิจารณาจะออกมาตรการที่ทำให้การควบคุมโรคในประเทศไทยที่มีมาตรฐานดีอยู่แล้ว ให้มีมาตรฐานสูงขึ้น ในบางพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เช่น แม่สอด และด่านชายแดนที่เดินเท้าข้ามไปมาได้ เราจะต้องปรับการทำงานให้บูรณาการทุกหน่วยงาน เพื่อควบคุมโรคให้ได้ดีขึ้นกว่าเดิม ภายใต้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ

สำหรับท่านที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงนี้ หากเลี่ยงได้ ขอให้เลี่ยง หากยังยืนยันจะเดินทางไป ขอความร่วมมือแจ้งข้อมูลการเดินทางทุกๆ เมือง ทุกๆ ประเทศ ที่ท่านไป แก่เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคที่สนามบิน และหากมีอาการป่วย เป็นไข้ ต้องให้ความร่วมมือกับแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายด้วย

“การปกปิดข้อมูลของท่าน อาจจะเป็นการทำร้ายคนในครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง ลูกหลาน ญาติมิตรของท่าน รวมทั้งบุคคลอื่นๆ ที่ท่านไปสัมผัส หรือได้ติดต่อกับท่านอย่างรุนแรง และอาจจะส่งผลร้ายต่อประเทศไทย ได้ เหมือนที่เกิดขึ้นมาแล้วในบางประเทศ เพราะการไม่ให้ความร่วมมือของคนเพียง 1-2 คน”

ประเทศไทย ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมโรคได้ตามมาตรฐานของเรา แต่เราจะต้องไม่ประมาท และจะต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนทุกคน เพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา2019 ที่จะก่อให้เกิดผลเสียหายต่อประเทศไทย และคนไทยให้ได้มากที่สุด

“เรากำลังจะเข้าสู่สงครามกับ covid-19 เต็มรูปแบบ ประชาชนคนไทยต้องร่วมมือกัน กระทรวงสาธารณสุขทำงานนี้ฝ่ายเดียว ไม่ได้ ประชาชนคือ แนวร่วมที่สำคัญที่สุด”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 63)

Tags: , ,
Back to Top