Crypto Shot: Whale Alert !! กระเป๋า 791 BTC เคลื่อนไหวแล้วรอบ 9 ปี

สรุปข่าวเด่นวงการ Cryptocurrency ทั่วโลกรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (12-16 ก.ค.64) เริ่มต้นด้วยข่าว Whale Alert แจ้งเตือน wallet ที่ถืออยู่ 791 Bitcoin (BTC) มีการเคลื่อนไหวแล้ว หลังจากนิ่งเงียบมากว่า 9 ปี

วงการสินทรัพย์ดิจิทัลมักจะมีระดับในการเรียกผู้ที่ถือบิทคอยน์กว่า 1,000 BTC ว่า “วาฬ” (Whale) และผู้ที่ถือครองมากกว่า 10,000 BTC ว่า “วาฬหลังค่อม” (Humpback Whale) และมีแพลตฟอร์มที่คอยติดตามธุรกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นบน Blockchain ที่เรียกว่า Whale Alert (whalealert.io) มักใช้กันอย่างแพร่หลาย

แพลตฟอร์ม Whale Alert จะมีช่องทาง official ผ่านทาง twitter ซึ่งช่องทางนี้จะคอยแจ้งเตือนเวลาที่มี BTC จำนวนมากผิดปกติ ถูกโอนเข้า โอนออก ระหว่าง exchange กับ wallet ต่าง ๆ ซึ่งนักลงทุนสามารถรู้ว่ามี BTC โอนเข้าโอนออกระหว่าง exchange เป็นจำนวนเท่าใด

และล่าสุดทาง Whale Alert ได้ทวีตข้อความใน twitter ว่ามี wallet หนึ่งที่ถืออยู่ 791 BTC เริ่มมีความเคลื่อนไหว หลังจากที่ wallet นี้นิ่งเงียบมากกว่า 9 ปี ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้นักเทรดคริปโทมีความกังวลว่าจะเป็นการโอน Bitcion เข้ามาใน exchange เพื่อทำการเทขายทำกำไรหรือไม่ ซึ่งหากกรณีมีการเทขายเพื่อทำกำไรก็อาจทำให้ราคา Bitcion ปรับตัวลงได้เช่นกัน

Tiktok แบนโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินรวมทั้งคริปโทฯ

ปัจจุบัน Application “TikTok” ถือเป็น Social App ที่เป็นที่นิยมและมีผู้ใช้งานกว่า 800 ล้านบัญชีต่อเดือนได้ประกาศ “Brand Content Policy” หรือกฎในการเผยแพร่และโปรโมท content ต่าง ๆ โดยเนื้อหาหลักยังคงเดิม เช่น การห้ามเผยแพร่คอนเทนท์เกี่ยวกับ สุรา บุหรี่ สารเสพติด รวมไปถึงอาวุธต่าง ๆ แต่จะมีเนื้อหาใหม่ที่เพิ่มเข้ามา นั่นคือการห้ามเผยแพร่คอนเทนท์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน รวมไปถึงคริปโทฯ

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินดังกล่าวจะห้ามตั้งแต่บริการด้านการลงทุนต่างๆ ,สินเชื่อและบัตรเครดิต ,การเทรดเงินตรา (Forex) และรวมไปถึงแพลตฟอร์มการซื้อขายและสินทรัพย์ดิจิทัลในลักษณะชวนเชื่อต่าง ๆ

สาเหตุการเปลี่ยนแปลง “Brand Content Policy” มาจากรายงานของ FCA (Financial Conduct Authority) ได้ออกมาเตือนนักลงทุนรุ่นใหม่ให้ระวังการ “โฆษณาชวนเชื่อ” จากเหล่า Influencer หรือ “FinTok” ให้ไปลงทุนโดยปราศจากความเข้าใจ ทำให้เกิดความสูญเสียในทรัพย์สินตามมา

เวียดนาม ยอมรับว่าเงินดิจิทัลเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกเหนือจากกระแสการตอบรับการมาถึงของสินทรัพย์ดิจิทัลในหลาย ๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเอลซัลวาดอร์ที่ประกาศให้ Bitcoin เป็น Legal Tender และจะมีการใช้งานในไม่ช้านี้ ล่าสุดประเทศเวียดนามก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวแล้ว โดยทางนายกรัฐมนตรี แฟม มิน ชิน ได้ออกมาขอให้ธนาคารกลางของประเทศทำการศึกษาเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล เพราะเชื่อว่าโครงการนำร่องนี้จะทำให้ได้เห็นทั้งผลดีและผลเสียของการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อที่เวียดนามจะได้พัฒนากลไกรองรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสมต่อไป

นาย Le dat chi ซึ่งเป็น Deputy Head of the University’s Finance Faculty, University Of Economics Ho Chi Minh City (UEH) ได้ออกมากล่าวว่า กระแสตอบรับจากธนาคารกลางทั่วโลกต่อสินทรัพย์ดิจิทัล แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 ประมาณ 65-68 ประเทศทั่วโลก ได้ทดลองการนำสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาใช้แล้ว กลุ่มที่ 2 กำลังวางแผนพัฒนาโครงการเพื่อจะนำสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาใช้งาน และกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มที่กำลังสังเกตการณ์ ประเทศเวียดนามคือประเทศในกลุ่มที่ 3 ที่กำลังจะขยับเข้ามาเป็นกลุ่มที่ 2

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ก.ค. 64)

Tags: , , , , , , , , , ,
Back to Top