CryptoInsight: ผ่า “J Venture” อาณาจักรใหม่ในอนาคตที่เพิ่งเริ่มต้น

หากพูดถึงบริษัทที่ให้ความสนใจกับ Cryptocurrency ตั้งแต่แรกเริ่มและยังมีโทเคนของตัวเอง แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้น บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด (J Ventures) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บมจ.เจ มาร์ท (JMART) และเป็นผู้ออกเหรียญ JFin Token เพื่อวางแผนใช้งานในเครือของบริษัท

ปัจจุบันอาณาจักรของ J Ventures จะเป็นอย่างไร? มีผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง? Crypto INSIGHT EP.7 จะพาไปพูดคุยกับนายวรพจน์ ธาราศิริสกุล CTO ของ J Ventures เจาะลึกบริษัทเทคโนโลยีของไทยเดี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินทรัพย์ดิจิทัลที่เตรียมเปิดให้บริการในระดับโลก

*ผ่า J Ventures อาณาจักรใหม่ในอนาคตที่เพิ่งเริ่มต้น

J Ventures ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัล หนึ่งในบริษัทลูกของ JMART Group คัดสรรเทคโนโลยีใหม่ ๆ นำมาพัฒนารองรับการใช้งานของบริษัทในเครือ โดยเฉพาะโลกการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยกู้ การขอสินเชื่อ รวมไปถึงการสร้างแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อรองรับการใช้งาน

จุดเริ่มต้นในช่วง 3 ปีที่แล้วได้สร้าง JFin Token” รองรับการใช้งาน “Digital Lending Platform” แพลตฟอร์มสำหรับการกู้ยืมเงินที่สามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ได้ 100% ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเซ็นเอกสารให้ยุ่งยากอีกต่อไป

ปัจจุบัน J Ventures ได้นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้งานในภาคธุรกิจ ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ทางการเงินมากมาย รองรับการให้บริการทางการเงินทั้งรูปแบบปัจจุบัน (Traditional Finance) และการเงินแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Finance) โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้

*4 Technology Arms ของ JFin

1. Traditional Finance : แอป “ป๋า” มาคู่กับ “JID”

  • เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินในโลกปัจจุบัน J Ventures ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น ชื่อ “ป๋า” ผู้ใช้บริการสามารถกู้ยืมเงินผ่านแอปพลิเคชั่น และทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชั่นได้ โดยไม่จำเป็นต้องยื่นเอกสารที่เป็นกระดาษอีกต่อไป โดยข้อมูลบางส่วนจะถูกจัดเก็บด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ธุรกรรมทั้งหมดจะทำบนโลกออนไลน์อย่างปลอดภัย ด้วย “JID” ที่รวมการยืนยันตัวตน (eKYC) การตรวจสอบเครดิต (ความน่าเชื่อถือ) (e-Consent) และการลงนามออนไลน์ (e-Signature) ทำให้ธุรกรรมออนไลน์ต่าง ๆ สามารถเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย

2. JFin Adoption : ลด แลก แจก JFin

  • นอกเหนือจากการซื้อ ขาย ใน Exchange, JFin Token ซึ่งถือเป็น “Utility Token” ยังสามารถนำมาใช้งานจริงได้ในรูปธรรม โดยผู้ใช้งานสารถนำ JFin Token มาใช้กับสินค้าและบริการ พร้อมรับสิทธิพิเศษที่ร้านค้าในเครือ JMART ภายใต้แคมเปญ “ลด แลก แจก JFin”

3. Decentralized Finance : JRePo ควง JNFT เปิดโลกไร้พรมแดน

  • ล่าสุดทาง J Venture ได้สร้างแพลตฟอร์ม เพื่อรองรับการใช้งานตามการเติบโตที่มากขึ้นของระบบการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (Decentralized Finance) ได้แก่ JRePo และ JNFT Marketplace
  • JRePo เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการกู้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัล (Crypto Lending Platform) โดยมีลักษณะ peer-to-pool ผู้ใช้บริการสามารถนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาวาง (ค้ำประกัน) เพื่อกู้ยืมเงินได้ ในอีกทางหนึ่งผู้ที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลก็สามารถนำคริปโทมาฝากเพื่อรับดอกเบี้ยได้เช่นกัน การให้บริการลักษณะนี้จะมีความคล้ายคลึงกับการปล่อยกู้ของธนาคาร เพียงแต่สินทรัพย์ที่หมุนเวียนในแพลตฟอร์มทั้งหมดจะเป็นสิทรัพย์ดิจิทัล ไม่ใช่เงินสด (Fiat Currency)

จากกระแสความนิยมของผลงาน NFT ที่เริ่มมีการนำผลงานเชิงศิลปะ รวมไปถึงกรรมสิทธิ์ต่าง ๆ มาบรรจุในรูปแบบของ “NFT Token” ทำให้เกิด “JNFT Marketplace” แพลตฟอร์มสำหรับการสรรสร้าง ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน “NFT Token” (โทเคนที่ใช้แสดงสิทธิในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยเฉพาะเจาะจง) โดยผู้ใช้งานสามารถสร้างผลงาน NFT ของตัวเอง และซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนบนแพลตฟอร์มดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

4. X Chain : เครือข่ายบล็อกเชนใหม่ด้วยฝีมือคนไทย

  • เทคโนโลยีบล็อกเชนก็เปรียบเสมือน “โครงสร้างพื้นฐาน” (Infrastructure) ของธุรกรรมต่าง ๆ บนโลกบล็อกเชน ซึ่งปัจจุบันบล็อกเชนที่ได้รับความนิยมมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Ethereum Chain, Binance Smart Chain หรือ Terra Chain
  • “X Chain” เครือข่ายบล็อกเชนใหม่ของคนไทย ที่ถูกพัฒนาขึ้นด้วยทีม J Venture โดยผู้พัฒนา (Developer) สามารถสร้าง DApps (Decentralized Application) บนสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ต่อยอดการใช้งานของเครือข่ายไม่สิ้นสุด เพราะเชื่อว่าผู้ใช้งานบล็อกเชนจะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งภาคการเงิน ภาคธุรกิจ ภาคบันเทิงและศิลปะ และ DApps เองก็จะมีการพัฒนาเพื่อรองรับการใช้งานต่อไปเรื่อย ๆ

*เทคโนโลยี Blockchain ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

นายวรพจน์ กล่าวว่า เทคโนโลยีบล็อกเชนตอนนี้ยังอยู่ในจุดเริ่มต้น ผู้คนเริ่มเข้ามาศึกษา รวมถึงมีเม็ดเงินมหาศาลที่กำลังไหลเข้าสู่โลกคริปโท การสร้าง Infrastructure จึงเป็นสิ่งสำคัญ มันจะเป็นการรองรับธุรกรรมทั้งหมด ให้คนสามารถเข้ามาใช้งานได้ สำหรับผู้ที่สนใจ อยากให้เข้ามาศึกษาและเรียนรู้การใช้งาน การทำธุรกรรมต่าง ๆ ด้วยจำนวนเงินที่ท่านคิดว่าสามารถลงทุนได้ เทคโนโลยีบล็อกเชนจะนำมาซึ่งการพัฒนาระบบนิเวศที่สำคัญในเมืองไทยอีกมาก

โดย ดวงกมล คล่องบุญจิต

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ก.ย. 64)

Tags: , , ,
Back to Top