สธ.มั่นใจยอดฉีดวัคซีนตั้งแต่ต.ค.จะเพิ่มอย่างก้าวกระโดด แผนปี 65 เพียงพอรับมือ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 จะทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เพียงพอรองรับต่อการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะวัคซีน mRNA ของไฟเซอร์ จำนวน 30 ล้านโดส ที่จะเริ่มทยอยเข้ามาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนก.ย.นี้ จนถึงสิ้นปี เพื่อฉีดให้กับเด็กอายุ 12-18 ปีขึ้นไป ดังนั้น จึงขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองพิจารณาให้บุตรหลายเข้ารับการฉีดวัคซีน เพื่อให้เริ่มกลับไปเรียนหนังสือ และเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ

รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ล่าสุด ทั่วประเทศมีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดรวมแล้ว 50 ล้านโดส และได้เริ่มฉีดวัคซีนเข็มสามเมื่อวานนี้ (24 ก.ย.) ให้กับประชาชนที่ฉีดซิโนแวคไป 2 เข็มแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนมี.ค.-มิ.ย. ทั้งนี้ เพื่อให้มีภูมิต้านทานที่สามารถรองรับสายพันธุ์เดลตาได้

พร้อมขอให้มั่นใจว่า แผนการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิดในปี 65 จะมีเพียงพอเพื่อการฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชนไปจนกว่าสถานการณ์ระบาดของโรคจะดีขึ้น

“ขอให้ผู้ที่ได้รับซิโนแวคไปแล้ว ตั้งแต่เดือนมี.ค.-มิ.ย. มาลงทะเบียนเพื่อทำนัดการฉีดวัคซีนบูสเตอร์เข็มที่ 3 เพื่อความปลอดภัย และเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้ได้อุ่นใจว่าจะปลอดภัยจากภัยคุกคามของโรคโควิด” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เนื่องในวันมหิดล 24 ก.ย.ปีนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดกิจกรรมรณรงค์ฉีดวัคซีนโควิด 19 ให้ครบ 1 ล้านโดส ถวายเป็นพระราชกุศลและสำนึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน ด้วยความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และประชาชน ทำให้สามารถฉีดได้มากกว่า 1.3 ล้านโดส และเริ่มให้บริการวัคซีนเข็ม 3 แก่ผู้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม เพื่อเสริมภูมิต้านทานต่อสายพันธุ์เดลตา โดยสามารถฉีดได้กว่า 1.5 แสนคน

ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เฉพาะวันที่ 24 ก.ย. เนื่องในวันมหิดล ฉีดวัคซีนโควิด 19 ทั่วประเทศรวม 1,300,677 โดส เป็นเข็มแรก 841,769 โดส เข็มที่สอง 309,429 โดส และเข็มสาม 149,479 โดส

โดยมี 7 เขตสุขภาพที่ฉีดได้เกิน 1 แสนโดส เขตที่ฉีดได้มากที่สุด คือ เขตสุขภาพที่ 6 จำนวน 148,887 โดส โดย กทม.ฉีดมากที่สุด 64,880 โดส รองลงมา คือ ชลบุรี 48,316 โดส อุดรธานี 47,110 โดส นครราชสีมา 44,863 โดส และเชียงใหม่ 39,214 โดส ทั้งนี้ ประเทศไทยฉีดวัคซีนมาถึงครึ่งทางจากเป้าหมาย 100 ล้านโดส ครอบคลุม

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงแผนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศ โดยมั่นใจว่าตั้งแต่เดือนต.ค. 64 การฉีดวัคซีนป้องกันโควิดจะมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขมีแผนจัดหาวัคซีนหลักไว้ 24 โดส และวัคซีนทางเลือกอีก 6 ล้านโดส รวมเป็น 30 ล้านโดสในเดือนต.ค. ขณะที่แผนการฉีดวัคซีน ณ สิ้นเดือนต.ค.64 คาดว่าจะฉีดวัคซีนเข็มแรกได้ครอบคลุม 58% ส่วนเข็มสองได้ครอบคลุม 45% จากนั้นในสิ้นเดือน พ.ย. คาดว่าจะฉีดวัคซีนเข็มแรกได้ครอบคลุม 71% ส่วนเข็มสองได้ครอบคลุม 60% และสิ้นเดือน ธ.ค. คาดว่าจะฉีดวัคซีนเข็มแรกได้ครอบคลุม 85% ส่วนเข็มสองได้ครอบคลุม 74%

“หลังจากสิ้นเดือนต.ค. พ.ย. และ ธ.ค.เป็นต้นไป การฉีดวัคซีนทั้งเข็มหนึ่ง และเข็มสอง จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด…ถ้าเราสามารถฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมาย ก็จะทำให้สถานการณ์การติดเชื้อ และการเสียชีวิตลดลง สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด” นพ.โอภาสกล่าว

ส่วนนโยบายเรื่องการฉีดวัคซีนเข็มสาม ซึ่งเป็นเข็มกระตุ้นนั้น สำหรับคนที่ฉีดวัคซีนครบสองเข็มไปแล้วตั้งแต่เดือนมี.ค. เม.ย. พ.ค. และ มิ.ย.นั้น กระทรวงสาธารณสุขจะแจ้งและนัดหมายให้มารับการฉีดวัคซีนเข็มสามต่อไป ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดโอกาสการเสี่ยงติดเชื้อโควิด และเสียชีวิตลงได้

อย่างไรก็ดี สำหรับแผนการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตั้งแต่เดือนต.ค. – ธ.ค. 64 มีดังนี้

  • ต.ค. 64 มีแผนการจัดหาวัคซีน รวม 24 ล้านโดส ประกอบด้วย ซิโนแวค 6 ล้านโดส, แอสตร้าเซนเนก้า 10 ล้านโดส, ไฟเซอร์ 8 ล้านโดส นอกจากนี้ ยังมีวัคซีนทางเลือก คือ ซิโนฟาร์ม อีก 6 ล้านโดส รวมเป็น 30 ล้านโดส
  • พ.ย. 64 มีแผนการจัดหาวัคซีน รวม 23 ล้านโดส ประกอบด้วย แอสตร้าเซนเนก้า 13 ล้านโดส, ไฟเซอร์ 10 ล้านโดส
  • ธ.ค. 64 มีแผนการจัดหาวัคซีน รวม 24 ล้านโดส ประกอบด้วย แอสตร้าเซนเนก้า 14 ล้านโดส, ไฟเซอร์ 10 ล้านโดส

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.ย. 64)

Tags: , , , , ,