
ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) กระทรวงคมนาคม สรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมสะสม 4 วัน (30 ธ.ค.68-2 ม.ค.69) พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ มีการเดินทางรวม 10,672,936 คน ลดลง 5.35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (27-30 ธ.ค.67) แบ่งเป็น การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะภายในประเทศ 9,579,544 คน โดยระบบรางมีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด 43.22% ขณะที่ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง (ทางอากาศขาออก) 213,913 คน ภาคใต้ (ทางราง) 135,630 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทางถนน) 111,434 คน ภาคเหนือ (ทางราง) 71,362 คน และภาคตะวันออก (ทางถนน) 79,831 คน ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศรวม 1,093,392 คน สำหรับการจราจรเข้า-ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 4,128,350 คัน ลดลง 3.2% และการเดินทางภายในกรุงเทพฯ บนทางด่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย มีปริมาณ 4,863,219 คัน ลดลง 21.25%
ด้านมาตรการความปลอดภัย กระทรวงฯ ได้ตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะ ณ จุดตรวจ จุดพักรถ และจุดจอด รวม 222 แห่งทั่วประเทศจำนวน 63,127 คัน พบข้อบกพร่อง 45 คัน สั่งแก้ไข 44 คัน และสั่งเปลี่ยน 1 คัน, การให้บริการด้วยรถไฟ โดยตรวจผู้ปฏิบัติงาน 788 คน พบแอลกอฮอล์ 1 คน และสั่งเปลี่ยน 1 คน, ตรวจท่าเรือ/แพ 152 แห่ง, ตรวจเรือ 3,458 ลำ พบข้อบกพร่อง 12 ลำ สั่งแก้ไข 12 ลำ ตรวจผู้ปฏิบัติงาน 5,104 คน ไม่พบแอลกอฮอล์หรือสารเสพติด
สำหรับภาพรวมอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคมสะสม 4 วัน พบว่า โครงข่ายทางถนนเกิดอุบัติเหตุรวม 881 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 994 คน และเสียชีวิต 105 คน สาเหตุหลักมาจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 544 ครั้ง คิดเป็น 62% ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ 510 คัน คิดป็น 34% ลักษณะพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรงไม่มีความลาดชัน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ กรุงเทพฯ 6 คน และจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ กรุงเทพฯ 44 ครั้ง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนพบว่า อุบัติเหตุลดลง 15% ผู้เสียชีวิตลดลง 24% และผู้บาดเจ็บลดลง 11% ส่วนโครงข่ายทางรางเกิดอุบัติเหตุ 7 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1 คน ขณะที่โครงข่ายทางน้ำและทางอากาศไม่มีรายงานอุบัติเหตุ
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดเข้มงวดการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยในการเดินทาง
- กรมการขนส่งทางบก ดำเนินมาตรการตรวจความพร้อมรถโดยสารและพนักงานขับรถ รวม 219 แห่งทั่วประเทศ สถานี/จุดจอด 176 แห่ง จุด Checking Point 28 แห่ง จุด Rest Area 15 แห่ง เน้นตรวจตาม Checklist เช่น ใบอนุญาตขับรถถูกต้อง ไม่หมดอายุ ตรวจร่างกาย วัดแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ ชั่วโมงการขับรถไม่เกินกฎหมาย ตรวจสภาพรถและอุปกรณ์ความปลอดภัยให้พร้อมใช้งาน เฝ้าระวังพฤติกรรมขับรถตลอด 24 ชม. ผ่านระบบ GPS และแอป DLT GPS Notice ขอความร่วมมือผู้โดยสาร คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งตลอดการเดินทาง
- กรมเจ้าท่า ดูแลความปลอดภัยการเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้ใช้บริการไม่หนาแน่น จัดเรือตรวจการณ์ให้บริการรับ-ส่งฟรี เส้นทางวัดระฆัง-วัดอรุณฯ-ท่าช้าง เวลา 07.30-22.00 น. และเฝ้าระวังความปลอดภัยผ่านกล้อง CCTV ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนภูมิภาคได้ตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัย 50 ศูนย์ พร้อมเจ้าหน้าที่ 837 คน รถ 105 คัน และเรือ 70 ลำ โดยเน้นย้ำสวมเสื้อชูชีพตลอดการโดยสาร ห้ามบรรทุกเกินกำหนด และอุปกรณ์ต้องพร้อมใช้งาน
- บริษัท ขนส่ง จำกัด ได้จัดรถ Shuttle bus 4 คัน ให้บริการฟรี ในเส้นทางสถานีขนส่งฯ หมอชิต 2-BTS หมอชิต-สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (ประตู 2) จอดรับ-ส่งประชาชนบริเวณหน้าเสาธง สถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 ในวันที่ 4-5 ม.ค.69 เวลา 03.00-07.00 น. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดรถเมล์ให้บริการ ณ สถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 เชื่อมต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ 15 เส้นทาง และจัดจุดแท็กซี่บริการ ช่วยระบายผู้โดยสารจากสถานีขนส่งฯ ไปยังจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนหลัก
- กรมการขนส่งทางราง เผยปริมาณผู้โดยสารระบบราง วันที่ 1 ม.ค.69 ลดลง 3% เมื่อเทียบปี 2568 รฟท.ลดลง 10.87% รถไฟฟ้าลดลง 2.14% เนื่องจากวันหยุดยาวต่อเนื่องทำให้ประชาชนชะลอการเดินทางกลับ คาดว่าผู้โดยสารจะเดินทางกลับหนาแน่นช่วงวันที่ 3-4 ม.ค.69 โดย รฟท.เพิ่มขบวนรถพิเศษ 2 ขบวน เพื่อรองรับประชาชนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ได้แก่ สายเหนือ ขบวน 6 (เชียงใหม่-กรุงเทพอภิวัฒน์) ออกเวลา 19.35 น. และสายใต้ ขบวน 984 (ยะลา-กรุงเทพอภิวัฒน์) ออกเวลา 15.35 น.
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 ม.ค. 69)





