เลือกตั้ง’69: แกนนำ ปชป.คาดกวาดเก้าอี้ สส. 10 ที่นั่งใน กทม.

นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคฯ ที่ดูแลสนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่มัสยิดอั้ลยุซรอ ช่วย น.ส.กานต์ วนาดรวรวิศาล ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 19 หาเสียง โดยมีแฟนคลับให้การตอบรับเป็นอย่างดีและให้กำลังใจว่า “กทม.ฟ้าต้องฟื้น”

โดยนายสกลธี กล่าวว่า สโลแกนของเราฟ้าไม่เทา ฟ้าใหม่ ซึ่งวันนี้หลายคนบอกว่าวันนี้ฟ้าต้องฟื้นแล้ว ถือเป็นกำลังใจที่ดีให้กับทั้งตนและผู้สมัคร ส่วนที่มีการวิเคราะห์ว่าพรรคประชาธิปัตย์ที่นำโดยนายสกลธี กับพรรคภูมิใจไทยที่นำโดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ล้วนมาจากฐานเสียงเดียวกันจะตัดคะแนนกันเองหรือไม่ นายสกลธี กล่าวว่า ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เดิมอาจจะอยู่พรรคเดียวกันมาก่อน และเคยดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเดียวกัน แต่วันนี้จุดยืนแตกต่างกัน ตนเลือกที่จะกลับบ้านมาช่วยทางนี้ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ประชาชนจะดูชุดนโยบายของทุกพรรค แต่จุดขาย ปชป.คือคนทำเป็น และเชื่อว่านโยบายของ ปชป.ไม่แพ้พรรคไหน พร้อมระบุว่า นโยบายของ กทม.ที่มุ่งเน้น คือแก้จน โดยมองไปที่ปัญหาเรื่องขยะ การจราจร และอากาศถือเป็นเรื่องที่สำคัญ

นายสกลธี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ เคยบอกไว้แล้วว่ากรุงเทพเป็นพื้นที่ปราบเซียน ไม่มีใครเป็นเจ้าของคะแนนเสียงของคนกรุงเทพฯได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งพรรคเองก็ขายเรื่องการเมืองสุจริต เป็นจุดเริ่มต้นของนโยบาย และพรรคพยายามจะเสนอนโยบายทุกอย่างให้เป็นไปตามจริงทั้งหมด เพื่อไม่เป็นภาระงบประมาณและทำให้ยั่งยืน แม้จะไม่หวือหวา เป็นตัวเลขที่ต่ำมาก แต่ยืนยันว่านโยบายทำได้จริงและยั่งยืน

“แข่งกับทุกพรรค แต่ด้วยประสบการณ์ที่ทำการเมืองกรุงเทพฯ มาเกือบ 20 ปี พื้นฐานคะแนนของพรรคประชาชนมาจากอดีตคนที่เคยรักพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นในวันที่นายอภิสิทธิ์กลับมาและเรามีทีมบริหารใหม่ อย่างน้อยคนที่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์แล้วไปเลือกพรรคประชาชน 2 ครั้งที่ผ่านมา จะต้องหันกลับมามอง แต่ก็ขึ้นอยู่กับช่วงโค้งสุดท้ายในอีก 30 กว่าวันข้างหน้า จะทำให้ประชาชนมั่นใจและหันกลับมาเลือกเราได้อย่างไร” นายสกลธี กล่าว

ทั้งนี้จากผลโพลที่ผ่านมา ส่วนตัวมั่นใจว่าดีขึ้น จากการลงพื้นที่และรับฟังเสียงตอบรับดีขึ้นหลายเท่า ซึ่งจากการประเมินผลโพลคาดการณ์ว่า น่าจะอยู่ที่ 10 บวกลบ แต่ขึ้นอยู่ว่าอีก 30 กว่าวันนี้ เสียงของประชาชนจะเป็นเช่นไร เพราะ กทม.จะตัดสินกันอยู่ในช่วงโค้งสุดท้าย

กรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโพสต์ข้อความผ่าน facebook ว่า พ่อค้างูเห่าให้ค่ายกมือ 20 ล้าน หากชนะเลือกตั้ง ให้เลือก อ.เป็นนายกรัฐมนตรี แต่หากไม่ร่วมรัฐบาลก็ขอให้แหกมติพรรค ว่า หากปล่อยให้การเมืองแบบนั้นยังอยู่ โดยเฉพาะ 10 ปีหลังที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตนมองว่าประเทศไปต่อไม่ได้แน่ๆ จะเป็นวงจรอุบาทว์ซ้ำไปซ้ำมา พอได้อำนาจรัฐ ได้ทุนจากไหนก็ไม่รู้ ซื้อสส. ให้โหวต มันก็จะกลับวนไปวนมา เอาเงินนอกระบบเข้ามา การเมืองไม่มีทางดีแน่นอน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 ม.ค. 69)