
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยและนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค และนายอภิมุข ฉันทวานิช ผู้สมัคร สส.กทม. ลงพื้นที่หาเสียงที่ซอยเจริญกรุง 103 โดยมีประชาชนมาคอยต้อนรับ และให้กำลังใจผู้สมัครและนายอภิสิทธิ์ อย่างคึกคัก โดยบางคนบอกว่าคิดถึง และรอการกลับมาของนายอภิสิทธิ์ มานานแล้ว
โดยในช่วงหนึ่ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวกับประชาชนว่า เสียดายที่วันนี้ไม่ได้ชวนนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. มาด้วย และเขตนี้ถือว่าเป็นเขต “อภิ” เพราะตนเป็น สส.สมัยแรกที่เขตนี้ และ ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ก็เป็น สส.ที่นี่ รวมถึงนายอภิรักษ์ ด้วย จึงเป็น “3 อภิ” และอยากให้มี อภิที่ 4 คือ “อภิมุข” แต่ถ้าให้ดีต้องมีอีกหนึ่ง คือ “อภินิหาร”
สำหรับการลงพื้นที่หาเสียงในช่วงที่ผ่านมา สามารถประเมินว่าจะปักธงในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้กี่เขตนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ขอประเมิน แต่ดีใจที่มีการตอบรับจากประชาชนอย่างชัดเจนขึ้น อบอุ่นขึ้น และพรรคประชาธิปัตย์ จะยังคงต้องทำงานอย่างหนักต่อไป
ส่วนที่ขณะนี้ เริ่มมีการตั้งข้อสังเกตถึงการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าว่าอาจจะเป็นการทุจริตซื้อเสียงล่วงหน้า โดยพรรคเพื่อไทยได้มีการตั้งข้อสังเกตถึงกรณีดังกล่าวด้วยนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องการให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีความชัดเจนที่จะดูแลในส่วนนี้ เพราะการเลือกตั้งล่วงหน้า ถ้าเลือกในเขต ก็ต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนว่าเหตุใดจึงต้องเลือกล่วงหน้า
ส่วนการเลือกนอกเขต เราเข้าใจอยู่แล้ว ว่าเป็นเรื่องที่ผู้มีสิทธิไม่สะดวกกลับไปเลือกตั้งในเขตที่มีชื่ออยู่ ดังนั้นจึงอยากให้ กกต.เอาจริงเอาจัง เพราะมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว พร้อมกับระบุว่า การเลือกตั้งล่วงหน้า กติกาหลายอย่างไม่เข้มงวดเท่าวันเลือกตั้งจริง
ทั้งนี้ มีความกังวลหรือไม่กับการแข่งขันเลือกตั้งที่มีการใช้เงินซื้อเสียง นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ไม่กังวล เพราะรู้อยู่แล้วว่าต้องเจอกับอะไร ซึ่งการเลือกตั้งรอบนี้ ดูแล้วประชาชนมีความตั้งใจ เข้มแข็ง และไม่ต้องการให้เรื่องของทุนมาครอบงำแล้ว
เมื่อถามถึงความเห็นต่อกรณีที่ขณะนี้มีการใช้กระแสชาตินิยม และปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มาเป็นจุดขายในการหาเสียง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประชาชนพึงพอใจที่กองทัพปฏิบัติการได้ดี และขอบคุณรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้กองทัพทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่จากนี้ไป จะเป็นงานของรัฐบาลที่ยากขึ้นในเรื่องการต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ทุกคนเสียสละกันมานั้น ไม่สูญเปล่า ไม่ถอยหลังกลับไปสู่ที่เดิม จึงอยากให้ทุกพรรคการเมืองเอาใจช่วย และเป็นหนึ่งเดียวในเรื่องนี้ และไม่ควรนำมาแบ่งแยกแข่งขันกันในเรื่องนี้
สำหรับผลสำรวจความคิดเห็นของชาวสงขลา จากนิด้าโพล ล่าสุด ซึ่งพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ต้องการให้นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี อีกทั้งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ระบุว่าจะเลือก สส.ระบบแบ่งเขต และ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวขอบคุณชาวสงขลา พร้อมระบุว่า เมื่อวานนี้ (3 ม.ค.) ได้ลงพื้นที่หาดใหญ่พบปะกับประชาชนที่รอคอยจะมีรัฐบาลมาฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ และเอาจริงเอาจังกับปัญหาหลายอย่างของจังหวัด ซึ่งตนและคณะได้ไปนำเสนอนโยบายหลายอย่างสำหรับชาวหาดใหญ่
ส่วนกรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มีการติดต่อซื้อเสียงโหวตเลือก “อ.” เป็นนายกรัฐมนตรีล่วงหน้า นายอภิสิทธิ์ ถึงกับหัวเราะ ก่อนกล่าวติดตลกว่า “อ.” มีหลายคน ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่า อาจจะไม่ได้หมายถึงนายอภิสิทธิ์ นายอภิสิทธิ์ จึงขอให้ผู้สื่อข่าวไปถามนายนิพิฏฐ์ แทนจะดีกว่า
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 ม.ค. 69)





