ศปถ. เผยยอด 5 วันแรกช่วงรณรงค์ลดอุบัติเหตุปีใหม่ บาดเจ็บ 1,141 เสียชีวิต 207

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะวันที่ 3 ม.ค.69 มียอดการเกิดอุบัติเหตุ 191 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 188 คน ผู้เสียชีวิต 27 ราย

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด รองลงมา คือ ตัดหน้ากระชั้นชิด ทั้งนี้ ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (10 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (10 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (3 ราย)

สำหรับสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 5 วันแรกของการรณรงค์ (30 ธ.ค.68 – 3 ม.ค.69) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,185 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 1,141 คน ผู้เสียชีวิต รวม 207 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (47 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (51 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (18 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 9 จังหวัด

ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า วันนี้ จะมีประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพฯ และพื้นที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมากต่อเนื่อง ศปถ.จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กวดขันพฤติกรรมเสี่ยงขับรถเร็ว และการขับรถตัดหน้าในระยะกระชั้นชิดบนเส้นทางสายหลัก เนื่องจากเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนค่อนข้างสูง

รวมถึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสภาพการจราจร เส้นทางทางเลือก และคำเตือนด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องผ่านทุกช่องทาง รวมถึงให้เตรียมความพร้อมของหน่วยกู้ชีพและกู้ภัย และระบบการช่วยเหลือต่าง ๆ ในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ณ จุดเกิดเหตุ และขอฝากให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน เตรียมความพร้อมของยานพาหนะก่อนการเดินทาง ปฏิบัติตามกฎจราจร มีน้ำใจกับผู้ร่วมใช้เส้นทาง และประเมินสภาพความพร้อมในการขับขี่ของตนเองอยู่เสมอ

โดยหากมีอาการง่วง อ่อนเพลีย หรือรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ขอให้แวะพักยังจุดพักรถหรือจุดบริการประชาชนที่ทางราชการจัดสรรไว้ให้ อย่าฝืนขับรถต่อเพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียได้

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 ม.ค. 69)