
แหล่งข่าววงในเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ไชน่าเดลี่ในวันอังคาร (6 ม.ค.) ว่า จีนกำลังพิจารณาคุมเข้มการตรวจสอบใบอนุญาตส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแร่หายากบางประเภทไปยังญี่ปุ่น โดยเป็นผลพวงมาจากถ้อยแถลงของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่กล่าวถึงไต้หวัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับจีน และนายกฯ ญี่ปุ่นยังคงปฏิเสธที่จะถอนคำพูดดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ปีที่แล้ว กระทรวงพาณิชย์จีนร่วมกับสำนักงานศุลกากรจีนได้ประกาศมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแร่หายากชนิดกลางและหนัก 7 ประเภท ได้แก่ ซาแมเรียม แกโดลิเนียม เทอร์เบียม ดิสโพรเซียม ลูทีเชียม สแกนเดียม และอิตเทรียม
สถาบันวิจัยโนมูระในกรุงโตเกียวระบุว่า แร่หายากชนิดหนัก เช่น เทอร์เบียมและดิสโพรเซียม ที่ญี่ปุ่นนำมาใช้ในมอเตอร์ของรถยนต์ไฟฟ้านั้น เกือบ 100% นำเข้าจากจีน ดังนั้น มาตรการคุมเข้มการส่งออกใด ๆ ก็ตามของจีนจะสร้างความท้าทายอย่างมากต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น
สถาบันวิจัยโนมูระประเมินว่า หากจีนบังคับใช้มาตรการคุมเข้มการส่งออกแร่หายากไปยังญี่ปุ่นนานสามเดือน จะก่อให้เกิดความสูญเสียประมาณ 6.6 แสนล้านเยน (ราว 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่เป็นตัวเงิน (Nominal GDP) และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่แท้จริง (Real GDP) ลดลง 0.11% ต่อปี และหากมาตรการดังกล่าวมีระยะเวลานานหนึ่งปี ความสูญเสียอาจสูงถึงประมาณ 2.6 ล้านล้านเยน ซึ่งจะส่งผลให้ทั้ง Nominal GDP และ Real GDP ลดลง 0.43%
ทั้งนี้ สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดนั้นเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items: DUI) ไปยังญี่ปุ่น โดยมีผลทันที
สินค้าที่ใช้ได้สองทาง หมายถึง สินค้า เทคโนโลยี หรือบริการที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในวัตถุประสงค์ด้านพลเรือนหรือทางทหาร หรือมีส่วนช่วยเพิ่มศักยภาพทางทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการออกแบบ พัฒนา ผลิต หรือใช้ในอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงและระบบนำส่งของอาวุธดังกล่าว
แถลงการณ์ระบุว่า จีนห้ามการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทางทั้งหมดแก่ผู้ที่นำไปใช้ด้านการทหารของญี่ปุ่น รวมทั้งผู้ใช้ปลายทางที่มีวัตถุประสงค์การใช้งานที่จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารของญี่ปุ่น
องค์กรหรือบุคคลจากจีนที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าว โดยทำการโอนหรือจัดหาสินค้าที่ใช้ได้สองทางซึ่งมีแหล่งกำเนิดจากจีนให้แก่องค์กรหรือบุคคลในญี่ปุ่น จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
กระทรวงฯ ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติ รวมทั้งปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศในการไม่แพร่ขยายอาวุธ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ม.ค. 69)





