ทำเนียบขาวเผย “ทรัมป์” พิจารณาแผนยึดครองกรีนแลนด์-ไม่ปัดโอกาสใช้กำลังทหาร

แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร (6 ม.ค.) ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และคณะทำงานของเขา กำลังพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ ในการครอบครองเกาะกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก ซึ่งรวมถึงการใช้กำลังทหารสหรัฐฯ

เลวิตต์เปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัวผ่านอีเมลว่า “ท่านปธน.และคณะทำงานกำลังหารือถึงทางเลือกต่าง ๆ ในการบรรลุเป้าหมายสำคัญด้านนโยบายต่างประเทศนี้ และแน่นอนว่า การใช้กองทัพสหรัฐฯ ก็เป็นทางเลือกที่อยู่ในอำนาจการสั่งการของผู้บัญชาการทหารสูงสุดเสมอ”

เลวิตต์กล่าวเสริมว่า “ท่านปธน.ทรัมป์ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า การครอบครองกรีนแลนด์เป็นภารกิจเร่งด่วนด้านความมั่นคงระดับชาติของสหรัฐฯ และมีความสำคัญยิ่งต่อการสกัดกั้นข้าศึกในภูมิภาคอาร์กติก”

ด้านสตีเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวกล่าวเมื่อวันจันทร์ (5 ม.ค.) ว่า จะไม่มีใครต่อต้านสหรัฐฯ หากสหรัฐฯ พยายามเข้ายึดครองกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก

มิลเลอร์ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติว่า “การที่กรีนแลนด์ควรเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ ถือเป็นจุดยืนอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสหรัฐฯ”

ทรัมป์กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับดิแอตแลนติก (The Atlantic) ว่า “เราต้องการกรีนแลนด์อย่างที่สุด เราจำเป็นต้องมีเพื่อการป้องกันประเทศ” โดยยืนยันว่า เวเนซุเอลาอาจไม่ใช่ประเทศสุดท้ายที่สหรัฐฯ จะเข้าแทรกแซง พร้อมระบุว่า ใครจะตีความว่าเรื่องการบุกเวเนซุเอลามีความหมายว่าอย่างไรต่อกรีนแลนด์ก็สุดแท้แต่จะพิจารณา

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทรัมป์ได้แสดงความสนใจในการเข้าควบคุมกรีนแลนด์มาโดยตลอด นับตั้งแต่ที่หวนคืนสู่ทำเนียบขาวเมื่อเดือนม.ค. 2568 โดยระบุว่า จะไม่ตัดประเด็นการใช้ “มาตรการกดดันทางทหารหรือเศรษฐกิจ” เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

ด้านผู้นำจากฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี โปแลนด์ สเปน สหราชอาณาจักร และเดนมาร์ก ร่วมออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร โดยระบุว่า “มีเพียงเดนมาร์กและกรีนแลนด์เท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินใจในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเดนมาร์กและกรีนแลนด์”

นอกจากนี้ บรรดาผู้นำยังเน้นย้ำว่า ความมั่นคงในอาร์กติกยังคงเป็นภารกิจสำคัญอันดับแรกของยุโรป และมีความสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงระหว่างประเทศและพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก พร้อมชี้ว่า องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ได้ประกาศชัดเจนว่า ภูมิภาคอาร์กติกคือประเด็นสำคัญ และพันธมิตรยุโรปกำลังเพิ่มการวางกำลังในพื้นที่ดังกล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ม.ค. 69)