
เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินวิเดีย (Nvidia) กล่าวปาฐกถาในงาน CES 2026 ที่เมืองลาสเวกัสเมื่อวันจันทร์ (5 ม.ค.) ว่า โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) แบบโอเพนซอร์สกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น ดีปซีค อาร์1 (DeepSeek R1) จากจีน พร้อมยืนยันว่า แพลตฟอร์มประมวลผล AI รุ่นใหม่ “Rubin” ได้เข้าสู่การผลิตเต็มรูปแบบแล้ว
นอกจากนี้ หวงยังเน้นบทบาทของบริษัทจีนและพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับจีน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทานและระบบนิเวศการพัฒนาระบบของอินวิเดีย
หวงระบุว่า อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์มักเผชิญการเปลี่ยนผ่านแพลตฟอร์มครั้งใหญ่ทุกช่วง 10–15 ปี และในรอบปัจจุบัน AI กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เปลี่ยนโฉมวิธีการพัฒนาและการทำงานของซอฟต์แวร์อย่างมีนัยสำคัญ
ตลอดการปาฐกถาความยาวราวสองชั่วโมง ซีอีโออินวิเดียชี้ว่า นักพัฒนาซอฟต์แวร์เริ่มหันมา “ฝึกซอฟต์แวร์” มากขึ้น และประมวลผลงานรูปแบบใหม่บนหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แทนการพึ่งพาหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) เพียงอย่างเดียว
สำหรับฝั่งฮาร์ดแวร์ หวงเปิดเผยว่า Rubin ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มประมวลผล AI หลักของอินวิเดีย ได้เข้าสู่การผลิตเต็มรูปแบบ โดยถูกวางตำแหน่งเป็นแพลตฟอร์ม AI รุ่นถัดไปของบริษัท ระบบดังกล่าวประกอบด้วยชิปใหม่ 6 ตัว ที่ออกแบบให้ทำงานร่วมกันเสมือนเป็นหน่วยเดียว
รายงานระบุว่า สาระสำคัญของคำปราศรัยจำนวนมาก มุ่งเน้นศักยภาพของชิปรุ่นใหม่ในการรองรับภาระงาน AI โดยเฉพาะการเพิ่มชั้นเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลใหม่ที่เรียกว่า “context memory storage” เพื่อช่วยให้แชตบอตตอบสนองต่อคำถามยาวและการสนทนาที่ซับซ้อนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ หลังการกล่าวปาฐกถาดังกล่าว หุ้นกลุ่มหน่วยความจำและเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวอย่างคึกคักในวันอังคาร (6 ม.ค.) โดยหุ้น SanDisk พุ่งขึ้นกว่า 27%, หุ้น Western Digital พุ่งขึ้น 17%, หุ้น Seagate Technology พุ่งขึ้น 14% และ หุ้น Micron Technology พุ่ง 10% โดยหุ้นทั้งสี่ตัวทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ม.ค. 69)





