
สหรัฐฯ เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่มีความเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลาในมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อวันพุธ (7 ม.ค.) โดยหนึ่งในนั้นติดธงชาติรัสเซีย ซึ่งนับเป็นมาตรการเชิงรุกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการควบคุมทิศทางการค้าน้ำมันในทวีปอเมริกา และเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลสังคมนิยมของเวเนซุเอลาให้หันมาอยู่ฝ่ายสหรัฐฯ
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการไล่ล่าติดตามเรือบรรทุกน้ำมันดิบ “มาริเนรา” (Marinera) กินเวลานานหลายสัปดาห์ ก่อนที่หน่วยยามฝั่งและหน่วยรบพิเศษของกองทัพสหรัฐฯ จะเข้าควบคุมเรือดังกล่าวได้ในช่วงเช้าวันพุธ โดยอาศัยหมายศาลยึดทรัพย์ หลังจากเรือลำดังกล่าวเคยปฏิเสธการตรวจค้นเมื่อเดือนก่อน และต่อมาได้เปลี่ยนไปชักธงรัสเซีย
ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศและเรือรบของอังกฤษ โดย จอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอังกฤษระบุว่า เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระดับโลกในการปราบปรามการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
อย่างไรก็ตาม การยึดเรือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด หลังมีรายงานว่ามีเรือและเรือดำน้ำของรัสเซียอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย โดยก่อนหน้านี้รัสเซียได้ประณามท่าทีของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลา และยังมีความขัดแย้งกับชาติตะวันตกจากสงครามในยูเครน
ด้าน เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ว่า เรือที่ถูกยึดนั้นแอบอ้างเป็นเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซียเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมให้มีการบิดเบือนระบบคว่ำบาตร
ทั้งนี้ หลังจากการจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรของเวเนซุเอลาเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ยกระดับการปิดล้อมเรือเดินสมุทรที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรและเดินทางเข้าออกเวเนซุเอลา โดยทำเนียบขาวระบุเพิ่มเติมว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาทบทวนหรือผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่อภาคน้ำมันของเวเนซุเอลา ซึ่งเคยถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2562 ในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ม.ค. 69)





