ทรัมป์จ่อแบนบริษัทในวอลล์สตรีทกว้านซื้อบ้านเดี่ยว หวังฉุดราคาบ้านชะลอตัว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า คณะบริหารของเขากำลังวางแผนที่จะออกคำสั่งห้ามบริษัทในวอลล์สตรีทกว้านซื้อบ้านเดี่ยว โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้ราคาบ้านลดลง ซึ่งแผนการดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อบรรดาบริษัทนอกตลาดที่ทำธุรกิจซื้อที่ดิน นอกจากนี้ ข่าวดังกล่าวยังได้ฉุดหุ้นกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านในตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงเมื่อวันพุธ (7 ม.ค.)

ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียล (Truth Social) ในวันพุธว่า เขากำลังเริ่มขั้นตอนการดำเนินการใช้คำสั่งห้ามดังกล่าวในทันที และจะเรียกร้องให้สภาคองเกรสบัญญัติเรื่องนี้ให้เป็นกฎหมาย

“เป็นเวลานานมากแล้วที่การซื้อบ้านและเป็นเจ้าของบ้านถูกมองว่าเป็นจุดสูงสุดของความฝันของชาวอเมริกัน” ปธน.ทรัมป์ระบุ และเสริมว่าภาวะเงินเฟ้อได้ทำให้ความฝันนั้นไกลเกินเอื้อมสำหรับชาวอเมริกันจำนวนมาก

“ประชาชนต่างหากที่อาศัยอยู่ในบ้าน ไม่ใช่บริษัทเอกชน” ปธน.ทรัมป์กล่าว

การประกาศแผนการดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ปธน.ทรัมป์กำลังเผชิญกับแรงกดดันในการจัดการกับความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพของบรรดาผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งกลางเทอมของสภาคองเกรสในปีนี้

นอกจากนี้ การประกาศของปธน.ทรัมป์ยังได้ฉุดราคาหุ้นบริษัทที่กว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ร่วงลงอย่างหนัก ซึ่งรวมถึงหุ้นแบล็กสโตน (Blackstone) และหุ้นอเมริกัน โฮล โฟร์ เรนท์ (American Homes 4 Rent)

สถาบันการเงินในวอลล์สตรีท เช่น Blackstone, American Homes 4 Rent และ Progress Residential ได้กว้านซื้อบ้านเดี่ยวนับพันหลังนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2551 ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการยึดบ้านจำนวนมาก

ข้อมูลการศึกษาในปี 2567 จากสำนักงานตรวจสอบอิสระของรัฐสภาสหรัฐฯ (Government Accountability Office – GAO) ระบุว่า ณ สิ้นเดือนมิ.ย. 2565 นักลงทุนสถาบันได้ครอบครองบ้านประมาณ 450,000 หลัง หรือคิดเป็นประมาณ 3% ของบ้านเดี่ยวให้เช่าทั้งหมดทั่วสหรัฐฯ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ม.ค. 69)