
กลุ่มเทรดเดอร์และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า โรงกลั่นน้ำมันอิสระของจีนจะเปลี่ยนไปใช้น้ำมันดิบชนิดหนักจากแหล่งอื่น ๆ รวมถึงอิหร่าน ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อชดเชยน้ำมันจากเวเนซุเอลาที่ขาดหายไป หลังจากสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงและโค่นอำนาจประธานาธิบดีเวเนซุเอลา
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (6 ม.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แถลงว่า รัฐบาลเวเนซุเอลาและสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงส่งออกน้ำมันดิบเวเนซุเอลามูลค่ารวม 2 พันล้านดอลลาร์ไปยังสหรัฐฯ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกองกำลังสหรัฐฯ เข้าจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์มองว่า ข้อตกลงนี้จะส่งผลให้อุปทานน้ำมันจากเวเนซุเอลาที่ส่งมายังจีนลดน้อยลง ซึ่งจะกระทบต่อแหล่งน้ำมันราคาถูกของกลุ่มโรงกลั่นอิสระรายย่อย หรือที่เรียกกันว่า กลุ่ม “ทีพ็อต” (Teapot) ทั้งนี้ จีนในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นผู้รับซื้อรายหลักของน้ำมันราคาถูกที่ถูกคว่ำบาตร ทั้งจากรัสเซีย อิหร่าน และเวเนซุเอลา
ยุน เหงาะ นักวิเคราะห์จาก Sparta Commodities ให้ความเห็นว่า “ดราม่าในเวเนซุเอลาส่งผลกระทบต่อโรงกลั่นอิสระของจีนรุนแรงที่สุด เพราะอาจทำให้ไม่สามารถหาซื้อน้ำมันชนิดหนักในราคาส่วนลดได้อีก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังมีน้ำมันดิบจากรัสเซียและอิหร่านในตลาดอีกมาก ประกอบกับยังมีน้ำมันเวเนซุเอลาที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางเรือ เราจึงเชื่อว่ากลุ่มโรงกลั่นทีพ็อตยังไม่มีความจำเป็นต้องไปประมูลสู้ราคาน้ำมันจากแหล่งที่ไม่ถูกคว่ำบาตร เพราะอาจไม่คุ้มทุนในเชิงธุรกิจ”
ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า ในปี 2568 จีนนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาเฉลี่ย 389,000 บาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 4% ของการนำเข้าน้ำมันดิบทางเรือทั้งหมด
ขณะเดียวกัน รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันที่อยู่ในบัญชีคว่ำบาตรอย่างน้อย 12 ลำ ขนน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงรวมประมาณ 12 ล้านบาร์เรล เดินทางออกจากน่านน้ำเวเนซุเอลาเมื่อต้นเดือนม.ค. หลังขนถ่ายสินค้าเสร็จสิ้นในเดือนธ.ค. ทว่าข้อมูลการเดินเรือชี้ชัดว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. เป็นต้นมา ท่าเรือหลักในเวเนซุเอลาได้ยุติการขนถ่ายน้ำมันเพื่อส่งมายังเอเชียโดยสิ้นเชิง
สภาวะอุปทานตึงตัวดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ค้าน้ำมันดิบชนิดเมอเรย์ (Merey) ของเวเนซุเอลาปรับลดส่วนลดราคาลง โดยเสนอส่วนลดเหลือเพียง 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อเทียบกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (ICE Brent) จากเดิมที่เคยให้ส่วนลดถึง 15 ดอลลาร์ในเดือนก่อน แม้ว่าในขณะนี้การซื้อขายจะหยุดชะงักลงก็ตาม ขณะที่เทรดเดอร์อีกรายระบุว่ามีการเสนอขายโดยให้ส่วนลดอยู่ที่ 11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้าน สฺวี มู่ยฺหวี่ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Kpler กล่าวว่า น้ำมันดิบเวเนซุเอลาที่ยังค้างอยู่บนเรือในแถบเอเชียมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของจีนไปได้อีกประมาณ 75 วัน ซึ่งช่วยชะลอไม่ให้ราคาน้ำมันจากแหล่งทางเลือกพุ่งสูงขึ้นในทันที
เธอยังคาดว่าโรงกลั่นกลุ่มทีพ็อตจะเริ่มเปลี่ยนไปใช้น้ำมันจากรัสเซียและอิหร่านในช่วงเดือนมี.ค. ถึงเม.ย. นอกจากนี้ จีนยังมีทางเลือกในการจัดหาจากแหล่งที่ไม่ถูกคว่ำบาตร เช่น แคนาดา บราซิล อิรัก และโคลอมเบีย
แหล่งข่าวในตลาดระบุว่า ขณะนี้ผู้ซื้อยังไม่ได้เริ่มเร่งหาแหล่งน้ำมันใหม่ เนื่องจากน้ำมันดิบหนักของอิหร่าน (Iranian Heavy) ยังมีปริมาณล้นตลาดและถือเป็นทางเลือกที่ราคาถูกที่สุด โดยมีส่วนลดอยู่ที่ประมาณ 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อเทียบกับเบรนท์ นอกจากนี้ เทรดเดอร์ในสิงคโปร์รายหนึ่งระบุเสริมว่า โรงกลั่นกลุ่มทีพ็อตอาจพิจารณาน้ำมันเกรดตะวันออกกลางอย่างบัศเราะฮ์ (Basrah) ของอิรัก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ม.ค. 69)





