
ลินด์ซีย์ แกรห์ม สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกันเปิดเผยเมื่อวันพุธ (7 ม.ค.) ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเปิดทางให้สภาคองเกรสพิจารณาร่างกฎหมายคว่ำบาตรประเทศที่ยังคงทำธุรกิจกับรัสเซีย โดยร่างกฎหมายที่ได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองพรรคฉบับนี้อาจเข้าสู่กระบวนการลงมติอย่างเร็วที่สุดในสัปดาห์หน้า
แกรห์มระบุในแถลงการณ์ว่า ปธน.ทรัมป์ได้ “ให้ไฟเขียว” แก่ร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว หลังจากที่ทั้งคู่ได้พบปะหารือกันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ร่างกฎหมายนี้ ซึ่งแกรห์มร่วมกับสมาชิกทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตซุ่มจัดทำมานานหลายเดือน มุ่งเป้าคว่ำบาตรทุกประเทศที่ยังทำธุรกิจกับรัสเซีย รวมถึงกลุ่มที่ซื้อพลังงานส่งออกของรัสเซีย เนื่องจากรัฐบาลรัสเซียยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2565
“กฎหมายฉบับนี้จะมอบอำนาจให้ประธานาธิบดีทรัมป์ลงโทษประเทศที่ซื้อน้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย ซึ่งเปรียบเสมือนการส่งเงินไปหล่อเลี้ยงเครื่องจักรสงครามของปูติน” แกรห์มกล่าว พร้อมระบุว่า กลุ่มประเทศที่อาจได้รับผลกระทบจากกฎหมายนี้คือ จีน อินเดีย และบราซิล
สว. จากรัฐเซาท์แคโรไลนารายนี้เสริมว่า เขาหวังจะเห็นคะแนนเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากทั้งสองพรรคในการลงมติที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้า
ก่อนหน้านี้ ผู้นำในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรได้ชะลอการนำร่างกฎหมายนี้เข้าพิจารณา เนื่องจากเดิมที ปธน.ทรัมป์ต้องการใช้วิธีขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าจากอินเดียมากกว่า เนื่องจากอินเดียเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากรัสเซียรายใหญ่อันดับสองรองจากจีน
ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ตั้งแต่เดือนพ.ย. ว่า ปธน.ทรัมป์พร้อมจะลงนามหากร่างกฎหมายผ่านสภา แต่มีเงื่อนไขว่าต้องมีการระบุถ้อยคำที่ชัดเจน เพื่อสงวนอำนาจการตัดสินใจเด็ดขาดเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรไว้ที่ตัวประธานาธิบดี
สำหรับการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครนที่ดำเนินมาเกือบ 4 ปี เริ่มทวีความเข้มข้นขึ้นตั้งแต่เดือนพ.ย. โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (6 ม.ค.) สหรัฐฯ และกลุ่มพันธมิตรได้ร่วมให้คำมั่นที่จะรับประกันความมั่นคงให้แก่ยูเครน ซึ่งครอบคลุมถึงพันธกรณีในการปกป้องยูเครนหากถูกรัสเซียรุกรานอีกในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งรัสเซียยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมอ่อนข้อ แม้รัฐบาลยูเครนจะพยายามขอแก้ไขรายละเอียดในข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่ดูเหมือนจะเอื้อประโยชน์ต่อข้อเรียกร้องหลักของรัสเซียมากเกินไปในตอนแรก นอกจากนี้ รัสเซียยังไม่มีท่าทีชัดเจนว่าจะยอมรับข้อตกลงสันติภาพภายใต้เงื่อนไขการรับประกันความมั่นคงที่ทางพันธมิตรยูเครนเสนอมาหรือไม่
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ม.ค. 69)





