
อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) แสดงความเสียใจต่อการประกาศของทำเนียบขาวเกี่ยวกับการตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่จะถอนตัวออกจากองค์กรของสหประชาชาติหลายแห่ง
โฆษกของเลขาธิการ UN ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) ว่า ตามที่ UN ย้ำมาโดยตลอด เงินสมทบตามที่กำหนดสำหรับงบประมาณปกติของ UN และงบประมาณด้านการรักษาสันติภาพ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสมัชชาใหญ่ ถือเป็นพันธกรณีทางกฎหมายภายใต้กฎบัตรสหประชาชาติสำหรับประเทศสมาชิกทุกประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ
แถลงการณ์ยังระบุว่า หน่วยงานต่าง ๆ ของ UN จะยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจตามอำนาจหน้าที่ที่ประเทศสมาชิกมอบหมาย พร้อมย้ำว่า UN มีความรับผิดชอบในการดำเนินงานเพื่อผู้ที่พึ่งพาองค์กร และจะเดินหน้าปฏิบัติภารกิจต่อไปด้วยความมุ่งมั่น
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันพุธ (7 ม.ค.) เพื่อสั่งการให้สหรัฐฯ ถอนตัวออกจากองค์กรระหว่างประเทศจำนวน 66 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานภายใต้องค์การสหประชาชาติ 31 แห่ง และองค์กรนอกสหประชาชาติ 35 แห่ง
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า “รัฐบาลปธน.ทรัมป์พบว่า สถาบันเหล่านี้มีขอบเขตงานที่ทับซ้อน มีการบริหารจัดการที่ผิดพลาด ไม่มีความจำเป็น สิ้นเปลือง ดำเนินงานอย่างไร้ประสิทธิภาพ ถูกครอบงำโดยผลประโยชน์ของกลุ่มคนที่ผลักดันวาระส่วนตัวที่ขัดกับผลประโยชน์ของเรา หรือเป็นภัยคุกคามต่ออธิปไตย เสรีภาพ และความมั่งคั่งโดยรวมของประเทศชาติ”
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ม.ค. 69)





