
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าบวกขึ้นเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (9 ม.ค.) หลังจากเคลื่อนไหวผันผวนระหว่างแดนบวกและแดนลบ ก่อนการเปิดเผยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในคืนนี้ รวมถึงความเป็นไปได้ที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ จะมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 51,692.70 จุด เพิ่มขึ้น 575.44 จุด หรือ +1.13%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 26,158.21 จุด เพิ่มขึ้น 8.90 จุด หรือ +0.03% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,095.33 จุด เพิ่มขึ้น 12.35 จุด หรือ +0.30%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 0.67% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียขยับลงเล็กน้อย
หุ้นกลุ่มกลาโหมทั่วเอเชียปรับตัวขึ้นในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด หลังจากปฏิบัติการของสหรัฐฯ ที่เข้าควบคุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา และความพยายามครั้งใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในการผลักดันแผนเข้าควบคุมกรีนแลนด์
หุ้น Hanwha Aerospace ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 11% ขณะที่ Poongsan พุ่งขึ้นมากกว่า 6% และหุ้น Korea Aerospace พุ่งขึ้น 5% ส่วนในญี่ปุ่นนั้น หุ้น Kawasaki Heavy Industries ปรับตัวขึ้น 2.29% และหุ้น IHI เพิ่มขึ้น 2.14%
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นโตเกียวยังได้รับแรงหนุนส่งสำคัญจากหุ้นฟาสต์ รีเทลลิง ซึ่งปิดภาคเช้าพุ่งขึ้นถึง 9.3% สู่ระดับ 61,950 เยน หลังจากบริษัทรายงานผลกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงเดือนก.ย. ถึงพ.ย. และได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการตลอดทั้งปีขึ้น
ขณะเดียวกัน เริ่มมีแรงซื้อคืนในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์บางตัวหลังจากราคาลดลงในช่วงก่อนหน้า ส่วนการอ่อนค่าของเงินเยนช่วยหนุนหุ้นกลุ่มยานยนต์ที่เน้นการส่งออก เนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงจะช่วยเพิ่มมูลค่ากำไรจากการดำเนินงานในต่างประเทศให้สูงขึ้นเมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินสกุลท้องถิ่น
บรรยากาศการซื้อขายยังได้รับปัจจัยบวกจากการปรับตัวขึ้นของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะตลาดแรงงาน
ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น หลังอัตราเงินเฟ้อของจีนเร่งตัวขึ้นเร็วที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี โดยการเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีปัจจัยหลักจากราคาสินค้าประเภทอาหารที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านเงินฝืดที่ยังคงมีอยู่ในระบบเศรษฐกิจ
สำนักงานสถิติแห่งชาติ (NBS) ของจีนเปิดเผยในวันนี้ (9 ม.ค.) ว่า อัตราเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภคของจีนปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 34 เดือนในเดือนธ.ค. ขณะที่ภาวะเงินฝืดฝั่งราคาผู้ผลิตเริ่มชะลอลง
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนพ.ย. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค. จากที่ลดลง 0.1% ในเดือนพ.ย. และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าอาจเพิ่มขึ้น 0.1%
ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลง 1.9% เมื่อเทียบรายปี หลังจากลดลง 2.2% ในเดือนพ.ย. ขณะที่ตลาดคาดไว้ว่า PPI อาจลดลง 2%
ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าบวกเช่นกันตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P 500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดบวกเมื่อวานนี้ (8 ม.ค.) หลังตลาดได้ปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตยุทโธปกรณ์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้มีการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมสู่ระดับสูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ม.ค. 69)





