
วีทอล (Vitol) และทราฟิกูรา (Trafigura) ซึ่งเป็นบริษัทค้าสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ที่สุด 2 แห่งของโลก อยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับบทบาทในการทำตลาดน้ำมันของเวเนซุเอลา ท่ามกลางความพยายามของสหรัฐฯ ที่ต้องการเข้าควบคุมการจำหน่ายน้ำมันและรายได้จากภาคพลังงานของประเทศดังกล่าว
โดยทั่วไปแล้ว บริษัทค้าพลังงานจากยุโรปครองบทบาทหลักในตลาดค้าน้ำมันโลกมาอย่างยาวนาน และอาจมีส่วนช่วยให้สหรัฐฯ อำนวยความสะดวกในการส่งออกน้ำมันจากเวเนซุเอลาได้ แม้ทรัมป์ต้องการให้บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ เป็นผู้มีบทบาทหลักก็ตาม
ทั้งนี้ วีทอลเป็นบริษัทค้าพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกสัญชาติเนเธอร์แลนด์ ส่วนทราฟิกูราเป็นบริษัทค้าสินค้าโภคภัณฑ์เอกชนรายใหญ่ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ โดยทั้งสองบริษัทเคยเป็นผู้ค้ารายสำคัญของน้ำมันเวเนซุเอลาในอดีต
รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ มีกำหนดเข้าพบตัวแทนบริษัทค้าพลังงานที่ทำเนียบขาวในวันนี้ (9 ม.ค.) ซึ่งในวันเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพต้อนรับบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของประเทศด้วย
ทั้งนี้ รัฐบาลทรัมป์หันมาให้ความสนใจกับอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาอย่างรวดเร็ว หลังจากกองกำลังสหรัฐฯ ควบคุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ ระบุว่า มีเป้าหมายควบคุมการขายน้ำมันและรายได้จากน้ำมันของเวเนซุเอลาต่อไปอย่างไม่มีกำหนด
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ระบุว่า บริษัทของสหรัฐฯ จะเข้าไปลงทุนในเวเนซุเอลา และฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันของประเทศเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และช่วยลดต้นทุนพลังงานในตลาดโลก
อย่างไรก็ดี การกลับมาบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ในปี 2562 ทำให้วีทอลและทราฟิกูราต้องยุติการค้าส่วนใหญ่ เหลือเพียงการขนส่งเป็นครั้งคราวภายใต้ใบอนุญาตชั่วคราวของสหรัฐฯ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ม.ค. 69)





