
สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) ว่า สหรัฐฯ อาจถูกตัดสิทธิออกเสียงในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) หากไม่ชำระเงินสมทบแก่องค์กรตามระยะเวลาที่กำหนด
ดูจาร์ริกล่าวว่า กรณีประเทศสมาชิกไม่ชำระเงินสมทบเป็นระยะเวลาหลายปีนั้น กฎบัตรสหประชาชาติได้กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้อย่างชัดเจน และไม่ใช่การตัดสินใจของเลขาธิการสหประชาชาติ
โฆษกฯ UN กล่าวว่า บทบัญญัติดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 19 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และเมื่อถึงจุดหนึ่ง ประเทศที่ค้างชำระเงินสมทบอาจสูญเสียสิทธิในการออกเสียงในที่ประชุม UNGA
นอกจากนี้ ดูจาร์ริกยังยืนยันด้วยว่า สหรัฐฯ ไม่ได้ชำระเงินสมทบให้แก่องค์การสหประชาชาติในปี 2568
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า มาตรา 19 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ระบุว่า ประเทศสมาชิกที่ค้างชำระเงินสมทบจะไม่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุม UNGA หากยอดค้างชำระเท่ากับหรือมากกว่ายอดเงินสมทบที่ต้องชำระในช่วงสองปีเต็มก่อนหน้า อย่างไรก็ดี UNGA อาจอนุญาตให้ประเทศดังกล่าวใช้สิทธิออกเสียงได้ หากเห็นว่าการไม่ชำระเงินเกิดจากเงื่อนไขที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของประเทศนั้น
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันพุธ (7 ม.ค.) เพื่อสั่งการให้สหรัฐฯ ถอนตัวออกจากองค์กรระหว่างประเทศจำนวน 66 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานภายใต้องค์การสหประชาชาติ 31 แห่ง และองค์กรอื่น ๆ อีก 35 แห่ง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ม.ค. 69)





