
น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดสถานการณ์ท่องเที่ยวในปีนี้จะมียอดนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 36.7 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11% และสร้างรายได้เข้าประเทศ 2 ล้านล้านบาท ขณะที่มียอดนักท่องเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 210 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4% และสร้างรายได้ 1 ล้านล้านบาท โดยคาดการณ์รายได้จากการท่องเที่ยวรวมในปีนี้อยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11%
ภาพรวมท่องเที่ยวในปี 68 ที่ผ่านมามียอดนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 32.97 ล้านคน หดตัวลดลงจากปีก่อน -7.23% โดยตลาดระยะไกลทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10.83 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10.64% ส่วนนักท่องเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 202 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.7% มีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 2.7 ล้านล้านบาท
สำหรับภาวะในปี 69 เป็นปีที่ต้องพลิกฟื้นการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพด้วย “Amazing Thailand ยกกำลัง 2” ดำเนินงานแบบคูณสอง ขับเคลื่อนผ่านกรอบแนวคิด Amazing 5 Economyได้แก่
1.Life Economy แนวความคิดที่ชีวิตและคุณภาพชีวิตของมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ทั้งการรักษาสุขภาพ และการทำให้สุขภาพใจดี
2.Sub-Culture Economy การจับกลุ่มของนักท่องเที่ยวที่มีความชื่นชอบในเชิงลึก เช่น กลุ่มมูเตลู กีฬาเฉพาะ
3.Night Economy ส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจยามค่ำคืน เพิ่มระยะเวลาในการใช้จ่าย กระจายแหล่งท่องเที่ยวไปเมืองหลักและเมืองรอง
4.Circular Economy ออกแบบการท่องเที่ยวให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และสามารถหมุนเวียนกลับสู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้
5.Platform Economy ระบบเศรษฐกิจที่ใช้ดิจิทัลในการเชื่อมการท่องเที่ยวทั้งระบบ
โดยกำหนด 5 กลยุทธ์ในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างรายได้แบบ Value over Volumn ได้แก่
1.สร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ Amazing Thailand
2.Premium Destination ด้วย Amazing 5 Economy
3.Airline Focus Partnership มุ่งเน้นบุกตลาดการบิน ไฟลท์ถี่ขึ้นและมีเส้นทางใหม่ ๆ
4.Top of Mind Destination ให้ความสำคัญกับการตลาดแบบลงลึกเชิงพื้นที่ และการสื่อสารแบบตรงเป้า บริหารโอกาสและความเสี่ยง
5.Sustainable Tourism Balances การสร้างสมดุลของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยผ่าน 10 ป ได้แก่
– ปรับโฉม รูปแบบการบริหารท่องเที่ยวมุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง และตอบโจทย์ความยั่งยืน
– ป้องปราม ต่อทุกการกระทำที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านลบ และความเชื่อมั่นของประเทศ
– ประสาน ทุกพันธมิตรเพื่อต่อยอดทุกความร่วมมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย
– ปรับแต่ง สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวทุกจังหวัด ตอบโจทย์เที่ยวเมืองไทยได้ 365 วัน
– ปักหมุด อุตสาหกรรมดาวเด่นของไทย ขยายความเชื่อมเกี่ยว สร้างการท่องเที่ยวไทยอยู่ในใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก
– ปรับปรุง กฏระเบียบที่ไม่สอดคล้องกับบริบทการพัฒนาการท่องเที่ยว
– ปกป้อง ทุกองค์ประกอบที่เป็นหัวใจของการท่องเที่ยว
– ปลูกฝัง พลังบวกและทัศนคติที่ดีต่อการท่องเที่ยว เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับประเทศ
– ปลุกปั้น จุดแข็งของเสน่ห์ไทย ให้กลายเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยวใหม่
– ประดิษฐ์ การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ สินค้าการท่องเที่ยวใหม่
ขณะที่นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า ททท.มุ่งเน้นขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้สร้างความสุขแก่นักท่องเที่ยวได้ทันทีที่ออกเดินทาง โดยส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ทั้งร่างกายและจิตใจในรูปแบบ Holistic Travel ซึ่งเป็นมากกว่า Wellness Tourism ทั่วไป มุ่งให้การเดินทางเป็นการเติมพลังชีวิตทั้งด้านกาย ใจ และอารมณ์ ควบคู่กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและรักษ์โลก พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านสินค้าท่องเที่ยวมูลค่าสูงภายใต้ Thailand Premium ให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างสมดุล มีคุณค่า และทั่วถึง
โดยวางกลยุทธ์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และการตลาดในประเทศ ดังนี้
– กระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
– กระจายการท่องเที่ยวในมิติของพื้นที่และช่วงเวลา
– ยกระดับคุณค่าของประสบการณ์ท่องเที่ยว
– นำเสนอกิจกรรมท่องเที่ยวและเทศกาลประเพณีสำคัญอันเป็นอัตลักษณ์แต่ละพื้นที่
– ขับเคลื่อนตลาดผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ม.ค. 69)





