
บรรดานักลงทุนในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ แทบล้มเลิกความคาดหวังทั้งหมดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมช่วงปลายเดือนม.ค.นี้ หลังข้อมูลระบุว่า อัตราว่างงานของสหรัฐฯ ในเดือนธ.ค. ลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ ซึ่งส่งสัญญาณว่าตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยในวันศุกร์ (9 ม.ค.) ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 50,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 66,000 ตำแหน่ง
ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.4% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.5%
ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีกำหนดประชุมในวันที่ 27-28 ม.ค.นี้
ภายหลังการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวได้เกิดแรงเทขายในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดมากกว่าพันธบัตรระยะยาว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้นเกือบ 0.05% แตะระดับสูงสุดของปีนี้
อย่างไรก็ดี นักลงทุนในตลาดยังคงประเมินว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 2 ครั้งในปี 2569 โดยคาดว่าการปรับลดครั้งแรกน่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปี
นักวิเคราะห์จาก CIBC Private Wealth ระบุว่า เขาไม่เคยมองว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนม.ค.อยู่แล้ว และจากข้อมูลล่าสุดยิ่งตอกย้ำว่าความเป็นไปได้นั้นลดลงไปอีก แม้เฟดยังมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต แต่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังผ่านพ้นไตรมาสแรกไปแล้ว
ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินรายใหญ่อย่าง Morgan Stanley, Barclays และ Citigroup ต่างปรับเลื่อนคาดการณ์ช่วงเวลาที่เฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยออกไปเป็นช่วงหลังของปี 2569
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ม.ค. 69)





