
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยในวันเสาร์ (10 ม.ค.) ว่า สหรัฐฯ “พร้อมให้ความช่วยเหลือ” ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอิหร่าน โดยอ้างว่า อิหร่าน “กำลังต้องการเสรีภาพ” ย้ำคำขู่รอบใหม่ต่อประเทศในตะวันออกกลางแห่งนี้
ทรัมป์ประกาศผ่านทรูธโซเชียลว่า “อิหร่านกำลังต้องการเสรีภาพอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และสหรัฐฯ ก็พร้อมให้ความช่วยเหลือ!!!”
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ได้เตือนหลายครั้งว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการหากอิหร่าน “ฆ่าผู้ประท้วงอย่างสันติ”
ทรัมป์กล่าวกับนักข่าวในวันศุกร์ (9 ม.ค.) “หากพวกเขาเริ่มเข่นฆ่าประชาชน … เราจะเข้าแทรกแซง” และเสริมว่า “นั่นไม่ได้หมายถึงการส่งทหารลงพื้นที่ แต่หมายถึงเราจะโจมตีพวกเขาอย่างรุนแรงในจุดสำคัญ”
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านได้ประณาม “คำพูดแทรกแซงและหลอกลวง” ของรัฐบาลทรัมป์ที่กล่าวถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในอิหร่าน โดยกล่าวว่าสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นปรปักษ์อย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ ต่อประชาชนชาวอิหร่าน
ทั้งนี้ การประท้วงในอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ปีที่แล้ว เมื่อบรรดาพ่อค้าแม่ค้าได้ออกมาเดินขบวนบนท้องถนนในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการที่ค่าเงินเรียลของอิหร่านอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน ทางการอิหร่านก็ออกมายอมรับการชุมนุมดังกล่าวและแสดงความเต็มใจที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ แต่ก็ได้เตือนถึงการใช้ความรุนแรงและการทำลายทรัพย์สินสาธารณะ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ม.ค. 69)





