ปลัดคลังเกาะติดคำตัดสินคดีภาษีทรัมป์ เชื่อไม่ซ้ำเติมสถานการณ์ ลุ้นยกเลิกเป็นข่าวดี

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ศาลฎีกาสหรัฐฯ (Supreme Court) ยังไม่มีการตัดสินขั้นสุดท้ายในคดีว่าด้วยความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดังนั้นจึงยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป

ทั้งนี้ หากศาลมีคำตัดสินออกมาว่ามาตรการเก็บภาษีดังกล่าว ชอบด้วยกฎหมาย ทุกอย่างก็ยังคงเดินหน้าไปตามเดิม เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น และที่ผ่านมา ทุกฝ่าย ทุกประเทศก็มีการปรับตัวกันในเรื่องนี้ และเตรียมตัววางแผนรับมือกันไว้หมดแล้ว ทุกอย่างคงจะเดินหน้าไปตามนั้น แต่ถ้าหากศาลมีคำตัดสินให้ยกเลิกการจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี มองเป็นประเด็นบวก ไม่มีอะไรที่ใครจะต้องเสีย หรือมีอะไรที่แย่ลง มีแต่จะดีขึ้นมากกว่า

“ตอนนี้ คงต้องติดตามว่าศาลจะมีคำตัดสินอย่างไรออกมา ถ้าศาลตัดสินออกมาว่าทำได้ ทุกอย่างก็เดินไปเหมือนเดิม ทุกคนปรับตัว วางแผนรับมือกันไว้หมดแล้ว ก็เดินหน้าไปตามนั้น แต่หากบังเอิญโชคดี ศาลบอกว่าทำไม่ได้ มันก็จะมีแต่เรื่องบวก จะบวกมาก บวกน้อยเท่านั้นเอง มีแต่จะดีขึ้น ไม่มีอะไรที่แย่ลง” ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุ

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าศาลฎีกาสหรัฐฯ จะอ่านคำตัดสินในวันที่ 14 ม.ค.69 นั้น อาจเป็นเพียงการคาดเดากันไปล่วงหน้า ยังไม่มีใครรู้ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ดังนั้นจึงยังไม่อยากให้ทุกฝ่ายตระหนกกันไปล่วงหน้า

อนึ่ง เมื่อวันที่ 31 ก.ค.68 ทำเนียบขาว ได้เผยแพร่คำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) เรื่องการแก้ไขอัตราภาษี Reciprocal Tariff ที่เรียกเก็บระหว่างกัน โดยในส่วนของประเทศไทย ได้รับการบรรเทาภาระภาษีนำเข้าในสหรัฐฯ ลงมาเหลือ 19% จากเดิมที่สหรัฐฯ กำหนดไว้ที่ 36%

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ม.ค. 69)