อินโดนีเซียเสี่ยงขาดดุลงบประมาณเกินเพดาน 3% ปีนี้ เหตุทุ่มงบแจกอาหารฟรี-ฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วม

นักเศรษฐศาสตร์ของซิตี้กรุ๊ป อิงค์ (Citigroup Inc.) คาดการณ์ว่า รัฐบาลอินโดนีเซียมีแนวโน้มขาดดุลงบประมาณสูงกว่าเพดานที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ระดับ 3% ในปีนี้ เนื่องจากรัฐบาลเร่งเพิ่มการใช้จ่ายในโครงการแจกอาหารฟรีทั่วประเทศ และบูรณะฟื้นฟูจังหวัดที่ประสบอุทกภัยบนเกาะสุมาตรา

ซิตี้กรุ๊ปได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์การขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลอินโดนีเซียเป็น 3.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2569 จากก่อนหน้านี้ที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 2.7% โดยซิตี้กรุ๊ปปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวบนสมมติฐานที่ว่า รัฐบาลอินโดนีเซียจะทำการแก้ไขกฎหมายการคลังของรัฐบาล เพื่อผ่อนปรนเพดานการขาดดุล 3% ที่บังคับใช้มาอย่างยาวนาน ก่อนเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ซิตี้กรุ๊ปคาดการณ์ว่า โครงการแจกอาหารฟรีจะสามารถเข้าถึงประชาชนที่ได้รับสิทธิประโยชน์จำนวน 83 ล้านคนภายในช่วงต้นไตรมาส 2 ปีนี้ ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายพุ่งสูงขึ้นเป็นประมาณ 300 ล้านล้านรูเปียห์ (1.8 หมื่นล้านดอลลาร์) ขณะที่การฟื้นฟูจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมบนเกาะสุมาตราอาจต้องใช้เงินประมาณ 60 ล้านล้านรูเปียห์ โดยที่ยังไม่มีการระบุกรอบเวลาที่แน่ชัด ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะบั่นทอนงบประมาณสำรองฉุกเฉินของรัฐบาล ซึ่งเป็นเงินทุนที่จัดสรรไว้นอกงบประมาณหลักเพื่อให้ครอบคลุมรายได้ที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมายหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน

นอกจากนี้ ซิตี้กรุ๊ปคาดการณ์ว่า สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ของอินโดนีเซียจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 42% ภายในปี 2572 จากปี 2568 ซึ่งประมาณการไว้ที่ระดับ 39%

การคาดการณ์ดังกล่าว มีขึ้นหลังจากอินโดนีเซียซึ่งมีระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มียอดขาดดุลงบประมาณในปี 2568 อยู่ที่ 2.9% ของ GDP ซึ่งถือเป็นการขาดดุลมากที่สุดในรอบอย่างน้อยสองทศวรรษหากไม่นับรวมช่วงปีที่เกิดโรคระบาด ซึ่งบ่งชี้ว่าสถานะการคลังของรัฐบาลเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้น เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ตกต่ำได้ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการใช้จ่ายในโครงการทางสังคมและการเมือง

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ของซิตี้กรุ๊ปกล่าวว่า รัฐบาลอินโดนีเซียสามารถหลีกเลี่ยงการขาดดุลงบประมาณที่สูงกว่าเพดานที่กฎหมายกำหนดได้ หากเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเลือกที่จะปรับลดการใช้จ่ายลงอย่างมากเพื่อรักษาวินัยทางการคลัง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ม.ค. 69)