นายกฯ กำชับฝ่ายมั่นคงเร่งสอบเหตุบึ้มป่วนปั้มน้ำมัน 3 จ.ชายแดนใต้ จี้สังคายนาการข่าว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีกลุ่มคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน ปตท. พร้อมกันหลายจุดว่า เช้านี้ได้เชิญ พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเลขาธิการทหารสูงสุด และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาหารือเพิ่มเติม หลังจากได้หารือกับพล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ไปตั้งแต่เมื่อวาน (11 ม.ค.) แล้ว เพื่อให้เร่งดำเนินคดีให้เร็วที่สุด และให้สืบสวนว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร และในส่วนของศอ.บต. ให้เร่งไปดำเนินการดูแลผู้บาดเจ็บ 7 คน และให้เร่งหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งคือปั้มน้ำมัน ปตท. ทั้งหมด

นายอนุทิน กล่าวว่า ทางแม่ทัพบอกว่า ช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงรอยต่อพอดี เพราะเป็นช่วงระดมกำลังพลไปดูงานวันเด็ก และทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี แต่กลับเกิดเหตุในวันอาทิตย์ขึ้นมา แต่ก็ได้กำชับแม่ทัพและแจ้งเลขาศอ.บต. ไปว่า เกิดเหตุแบบนี้เราปัดความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะเป็นพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และประกาศกฏอัยศึกในบางอำเภอด้วย ยังไงก็ต้องอยู่ในความรับผิดชอบ

นอกจากนี้ได้โทรหา นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบมจ. ปตท. (PTT) ให้ปตท. มีส่วนในการหาวิธีและแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบเหล่านี้ด้วย

“เราต้องให้เขาดำเนินกิจการต่อไป เพราะถ้าเกิดเขาบอกว่า เขาไม่ทำแล้ว ยิ่งทำให้สมใจคนร้าย และพวกนี้ต้องเห็นใจเขา เพราะว่า ไม่มีบริษัทประกันภัยที่จะ Cover ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการก่อการร้าย” นายอนุทิน กล่าว

ทั้งนี้ ยืนยันได้หรือไม่ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การก่อการร้าย นายอนุทิน กล่าวว่า จะบอกว่า ไม่ใช่การก่อการร้ายได้อย่างไร เหตุเกิดทั้ง 3 จังหวัดและเป้าหมาย

ส่วนจะเกี่ยวกับเรื่องการเมืองที่จะมีการเลือกตั้งหรือไม่ นายอนุทิน มองว่า หลาย ๆ อย่างรวมกัน ซึ่งได้สอบถามและให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้วิเคราะห์และประเมินคร่าว ๆ ให้ฟัง ก็มีเรื่องเกี่ยวพันกันหมด ทั้งเรื่องการเมือง เรื่องความไม่หวังดี ไม่ต้องการเห็นความสงบสุขเกิดขึ้น รวมถึงก่อนที่จะมีการต่ออายุการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินก็มักจะมีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น ตามที่เขาเก็บสถิติมาซึ่งตนก็ฟัง

“แต่สิ่งที่ต้องแจ้งเขาว่า การข่าวต้องสังคายนาอย่างมาก ไม่ว่าจะพูดว่า เกิดเหตุจากอะไรก็แล้วแต่ หรือสุดความสามารถจะทราบได้ ในฐานะผู้บริหารต้องบอกว่า รับฟังไม่ได้ และต้องไปปรับปรุงประสิทธิภาพการข่าวอย่างมาก” นายอนุทิน กล่าว

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ม.ค. 69)