
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ กล่าวถึงกระแสตอบรับภายหลังเปิดทีมบริหารรัฐบาลพรรคประชาชนว่า ถือว่าเป็นนิมิตหมายใหม่ ซึ่งมิติใหม่ของทีมบริหารของพรรคประชาชน คือใช้ภารกิจเป็นตัวนำ ไม่ได้ใช้ตัวบุคคลหรือหัวหน้ามุ้งเป็นตัวนำ
“หลายคนเข้าใจว่าเป็นการเปิดโผ ครม. แต่เราไม่ได้เห็นว่าคนนั้นเป็นว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงนั้น กระทรวงนี้ แต่เห็นว่าประเทศต้องเอาภารกิจเป็นตัวนำ ว่าเราจะไปทำอะไร ไม่ได้หมายความว่าใครจะนั่งตำแหน่งอะไร อย่างงานด้านความมั่นคง งานด้านเศรษฐกิจ เราก็มากันเป็นแผง งานด้านการปฏิรูปรัฐ เราน่าจะเป็นพรรคเดียวที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ในระดับสูง เพราะถ้ารัฐไม่ปรับปรุงให้ทันสมัย ก็จะมีความอุ้ยอ้าย ทั้งในเชิงงบประมาณและการขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ และการทำงานร่วมกัน ที่หลายกระทรวงไม่สามารถทำงานแยกกันได้” นายวิโรจน์ กล่าว
ส่วนการจัดตั้งรัฐบาล นายวิโรจน์ กล่าวว่า หากมีความจำเป็นต้องจับมือ ก็จะร่วมกับพรรคที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนภารกิจร่วมกัน ไม่เป็นอุปสรรคต่อภารกิจที่เราให้คำมั่นไว้กับประชาชน เช่น การปราบสแกมเมอร์ ซึ่งต้องดูทิศทางนโยบายของแต่ละพรรคว่าตรงกันหรือไม่ในการปราบทุนเทา หากนโยบายตรงกัน สามารถไปด้วยกันได้
นอกจากนี้ ยังดูถึงหน้าตาของผู้บริหารด้วย เพราะต้องยอมรับว่าถ้าผู้บริหารเป็นอุปสรรค ไม่ว่าจะประวัติที่ผ่านมาหรือท่าทีต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนนโยบาย ต่อให้ลูกพรรคอยากจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ แต่ถ้าผู้บริหารพรรคมีท่าทีที่อิดออดหรือเป็นอุปสรรค เราก็อาจจะร่วมงานกันลำบาก แต่จะมีการตัดสินใจที่ชัดเจนอีกครั้งหลังวันที่ 8 ก.พ.69
นายวิโรจน์ ได้แสดงความมั่นใจต่อโอกาสในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยชี้ให้เห็นว่าในอดีต พรรคที่ชนะอันดับ 1 มักถูกขัดขวางด้วยกลไกของ สว. แต่ในปัจจุบัน บทเฉพาะกาลได้หมดลงแล้ว ทำให้ สว. 200 คน ไม่มีอำนาจในการร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป จึงเชื่อมั่นว่าเจตจำนงของประชาชนที่ผ่านการเลือกตั้ งจะได้รับการตอบสนอง และพรรคที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอันดับ 1 จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอนในครั้งนี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ม.ค. 69)





