
รีไลแอนซ์ อินดัสทรีส์ (Reliance Industries) กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของอินเดีย ออกโรงปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องความล่าช้าในโครงการผลิตแบตเตอรี่ในวันนี้ (12 ม.ค.) โดยยืนยันว่าแผนการสร้างอีโคซิสเต็มการผลิตยังคงเดินหน้าต่อไปตามเป้าหมาย หลังมีรายงานว่าบริษัทจำต้องระงับโครงการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน เนื่องจากประสบปัญหาในการเจรจาขอใช้เทคโนโลยีจากพันธมิตรในประเทศจีน
โฆษกของรีไลแอนซ์ได้ชี้แจงผ่านอีเมลเพื่อแก้ต่างในประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า “ทางรีไลแอนซ์ อินดัสทรีส์ ขอยืนยันอย่างชัดเจนและหนักแน่นว่า เราไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนแผนการสร้างอีโคซิสเต็มการผลิตแบตเตอรี่ระดับโลกแต่อย่างใด ทุกขั้นตอนตั้งแต่การผลิตเซลล์ไปจนถึง ESS (ระบบกักเก็บพลังงาน) ในตู้คอนเทนเนอร์ยังคงรุดหน้าไปได้ด้วยดี ตามกรอบเวลาที่เราตั้งเป้าไว้”
สำหรับโครงการยักษ์ใหญ่ภายใต้การกุมบังเหียนของมหาเศรษฐี มูเกช อัมบานี มีเป้าหมายที่จะเริ่มเดินสายการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ให้ได้ภายในปีนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในเมื่อวันอาทิตย์ (11 ม.ค.) ว่า รีไลแอนซ์ได้มีการหารือกับบริษัท เซี่ยเหมิน ไฮเทียม เอเนอร์จี สตอเรจ เทคโนโลยี (Xiamen Hithium Energy Storage Technology) ของจีน เพื่อขอซื้อลิขสิทธิ์เทคโนโลยีการผลิตเซลล์แบตเตอรี่
อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับดังกล่าวระบุว่าการเจรจาต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากทางเซี่ยเหมินตัดสินใจถอนตัวจากข้อตกลง หลังจากรัฐบาลจีนออกคำสั่งควบคุมการถ่ายโอนเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ไปยังต่างประเทศอย่างเข้มงวด ซึ่งสถานการณ์นี้อาจส่งผลให้รีไลแอนซ์ต้องเปลี่ยนแนวทางจากการเป็นผู้ผลิตเซลล์เอง มาเป็นการรับประกอบระบบกักเก็บพลังงานเพียงอย่างเดียวแทน
มาตรการกดดันจากฝั่งจีนนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ประกาศมาตรการควบคุมการส่งออกส่วนประกอบของแบตเตอรี่ลิเทียม โดยกำหนดให้ผู้ส่งออกต้องขอใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการกระชับอำนาจของจีนในการควบคุมเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อทั้งระบบกักเก็บพลังงานและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ม.ค. 69)





