นายกฯ เกาหลีใต้เรียกร้องมาตรการกำจัดลัทธิลวงโลก หลังพบเอี่ยวคอร์รัปชัน-อาชญากรรม

นายกรัฐมนตรีคิม มิน-ซ็อก ของเกาหลีใต้เรียกร้องในวันนี้ (13 ม.ค.) ให้มีมาตรการถอนรากถอนโคน “ความชั่วร้าย” ของกลุ่มลัทธิต่าง ๆ โดยชี้ให้เห็นว่ากลุ่มเหล่านี้เริ่มขยายอิทธิพลและเข้าไปพัวพันกับนักการเมืองรวมถึงองค์กรอาชญากรรมมากขึ้น

นายกฯ คิมกล่าวในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตำรวจและอัยการกำลังร่วมกันสอบสวนข้อหาติดสินบน ซึ่งเชื่อมโยงนักการเมืองเข้ากับโบสถ์แห่งความสามัคคี (Unification Church หรือ “ลัทธิมูน”) และโบสถ์ชินช็อนจี

“ศาสนาเทียมเท็จเหล่านี้เป็นภัยสังคมที่ต้องถูกกำจัดให้สิ้นซาก” นายกฯ คิมระบุ พร้อมอ้างถึงข้อกล่าวหาเรื่องสายสัมพันธ์ที่ฉ้อฉลระหว่างโบสถ์แห่งความสามัคคีกับรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดียุน ซ็อกย็อล รวมถึงการที่กลุ่มลัทธิเหล่านี้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ

“หากเราปล่อยไว้แบบนี้ ลัทธิพวกนั้นจะกลายเป็นความชั่วร้ายระดับชาติ … นอกเหนือจากการตรวจสอบโบสถ์แห่งความสามัคคี ชินช็อนจี และกลุ่มอื่น ๆ อย่างละเอียดแล้ว ผมขอให้กระทรวงต่าง ๆ ร่วมกันหาแนวทางในการกำจัดความชั่วร้ายจากลัทธิศาสนาเทียมเท็จเหล่านี้ตามขอบเขตหน้าที่ของตนเองด้วย” คิมกล่าว

ก่อนหน้านี้ ปธน. อี แจ-มย็อง ได้เรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างเข้มงวดต่อข้อหาทุจริตระหว่างกลุ่มศาสนากับนักการเมือง โดยในการประชุมร่วมกับผู้นำทางศาสนาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (12 ม.ค.) ปธน.อีได้แสดงความเห็นใจต่อข้อร้องเรียนที่ว่า ลัทธิต่าง ๆ ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายผ่านเส้นสายทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังสร้างความเดือดร้อนโดยตรงแก่ประชาชนทั่วไปอีกด้วย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ม.ค. 69)