ออสเตรเลียพบกรณีติดเชื้อ H5N1 เพิ่ม 290% รัฐวิกตอเรียสั่งเลี้ยงสัตว์ปีกในโรงเรือนคุมการระบาด

ออสเตรเลียพบกรณีการติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 เพิ่มขึ้นเกิน 200 รายในวันนี้ (8 ส.ค.) ขณะที่รัฐวิกตอเรียทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศออกมาตรการใหม่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์รุนแรงในสัตว์ปีก

กระทรวงเกษตร ประมง และป่าไม้ของออสเตรเลีย (DAFF) ระบุว่า ณ วันนี้ มีการพบกรณีการติดเชื้อ H5N1 ที่ได้รับการยืนยันหรือมีผลตรวจเป็นบวกที่เข้าข่ายสงสัยทั้งหมด 203 รายทั่วประเทศ

จำนวนกรณีการติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันเพิ่มขึ้น 290% ในเดือนส.ค.จนถึงขณะนี้ จาก 52 ราย ณ สิ้นเดือนก.ค.

รัฐเซาท์ออสเตรเลียพบกรณีการติดเชื้อมากที่สุดที่ 147 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นกรณีใหม่ 28 รายที่ได้รับการยืนยันในวันนี้ ซึ่ง DAFF ระบุว่า ทั้งหมดเป็นนกทะเลป่า

ส่วนรัฐวิกตอเรียมีจำนวนกรณีการติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 ที่ 43 ราย โดยรวมถึงนก 36 ตัวที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อเมื่อวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ หลังพบในพื้นที่ทางตะวันตกของรัฐใกล้ชายแดนรัฐเซาท์ออสเตรเลีย

เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด รัฐบาลรัฐวิกตอเรียประกาศเมื่อวันศุกร์ (7 ส.ค.) ว่า ผู้ประกอบการฟาร์มสัตว์ปีกตามแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของรัฐ รวมถึงในเมลเบิร์น ซึ่งเลี้ยงสัตว์ปีกอย่างน้อย 50 ตัว จะต้องนำสัตว์ปีกเข้าเลี้ยงภายในโรงเรือนเป็นระยะเวลาเบื้องต้น 14 วัน

มิเคลา เซตเทิล รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรของรัฐวิกตอเรีย กล่าวว่า รัฐบาลหวังว่ามาตรการป้องกันดังกล่าวจะช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อ H5N1

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช