
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรองค์กร 13 แห่งและบุคคลอีก 11 ราย โดยระบุว่ากลุ่มเป้าหมายดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน
สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยบัญชีรายชื่อบุคคลและองค์กรที่ถูกคว่ำบาตร (SDN List) ฉบับปรับปรุงระบุว่า บุคคลที่ถูกคว่ำบาตรทั้ง 11 รายเป็นพลเมืองชาวอิหร่านที่มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของอิหร่าน หรือกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รวมถึงมีบุคคลอย่างน้อย 3 รายที่เกี่ยวข้องกับภาคพลังงาน
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สำหรับองค์กรที่ถูกคว่ำบาตรในครั้งนี้ ประกอบด้วยเรือนจำแห่งหนึ่งในจังหวัดแอลโบร์ซของอิหร่าน และบริษัทอีก 8 แห่งซึ่งมีฐานการดำเนินงานในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
ทั้งนี้ ประกาศของ OFAC ระบุว่า ทรัพย์สินของบุคคลและองค์กรที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชี SDN จะถูกอายัด และห้ามไม่ให้พลเมืองสหรัฐฯ ทำธุรกรรมใด ๆ กับบุคคลหรือองค์กรเหล่านี้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพุธ (14 ม.ค.) ว่า รัฐบาลได้รับรายงานว่าเหตุการณ์สังหารในอิหร่านได้ยุติลงแล้ว และทางสหรัฐฯ จะ “รอดูว่ากระบวนการจะเป็นอย่างไรต่อไป”
ด้านอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์เมื่อวันพุธ โดยเรียกร้องให้ทำเนียบขาวหันมาใช้กระบวนการทางการทูตเพื่อไม่ให้ “เกิดความผิดพลาดซ้ำรอยเดิม” พร้อมเน้นย้ำว่า “ขณะนี้สถานการณ์สงบลงแล้ว และเราควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด”
รายงานระบุว่า เหตุประท้วงในหลายเมืองของอิหร่านยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายเดือนธ.ค. โดยทางการอิหร่านยืนยันพร้อมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจแต่เตือนเรื่องการก่อความรุนแรง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สินสาธารณะเสียหาย โดยอิหร่านระบุว่าความไม่สงบดังกล่าวเกิดจากการแทรกแซงของสหรัฐฯ และอิสราเอล
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ม.ค. 69)





