
นายณัฐพงศ์ กอร่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เด็มโก้ [DEMCO] เปิดเผยว่า กลยุทธ์ Jump+ และการเพิ่มมูลค่าบริษัทในช่วงระยะ 3 ปี (ปี 69-71) บริษัทมุ่งเน้นการพลิกฟื้นผลการดำเนินงานให้กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์เชิงรุกที่ผสานการเติบโตทางธุรกิจ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน หลักธรรมาภิบาล และการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าหมายรายได้และกำไร 3 ปีเติบโตเฉลี่ย 10%
โดยยังคงเน้นการรับงานกลุ่มวิศวกรรมไฟฟ้าและสาธารณูปโภค (EPC) ซึ่งบริษัทมีความเชี่ยวชาญและเป็นธุรกิจหลักที่สามารถสร้างอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี ส่งผลให้มีความได้เปรียบในการแข่งขัน และให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุม โดยภายในปี 71 บริษัทจะดำเนินการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และขยายแหล่งรายได้ใหม่ ผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญคือ แผน Growth+, Lean+ และ Opportunity+
กลยุทธ์ Growth+ มุ่งเน้นการเพิ่มรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้และกำไรเฉลี่ย 10% ต่อปี ผ่านการขยายตลาดเดิมให้มีศักยภาพสูงขึ้น สร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางเทคนิคและประสิทธิภาพการบริหารโครงการ และขยายขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มโอกาสสำหรับโครงการใหม่ ขยายโอกาสเข้าร่วมประมูลโครงการสถานีไฟฟ้าทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งการต่อยอดสู่ธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กรอย่างยั่งยืน
กลยุทธ์ Lean+ มุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้บริหารโครงการให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ลดความซ้ำซ้อน โดยมุ่งเน้นการควบคุมและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งลดต้นทุนโครงการ ต้นทุนการบริหารจัดการและการผลิตผ่านการบริหารการจัดซื้อที่มีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์ Opportunity+ สร้างโอกาสใหม่ในอนาคต ค้นหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เช่น การเข้าสู่ธุรกิจพลังงานสะอาด การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ หรือการลงทุนในนวัตกรรมใหม่ที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์ และนโยบายภาครัฐ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น Data Center, Green ICT, โครงการนำร่องด้าน Smart Energy และ Clean Tech
ขณะเดียวกัน DEMCO ให้ความสำคัญกับการยกระดับธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก โดยเดินหน้าเสริมสร้างมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน การพัฒนาระบบแจ้งเบาะแสการกระทำผิด และการบริหารความเสี่ยง (Emerging Risk) อย่างเป็นระบบ พร้อมตั้งเป้าเข้าร่วมและขยายเครือข่ายโครงการ CAC Change Agent จนได้รับการรับรอง 3 ดาว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดภายในปี 71 เพื่อเสริมความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญในด้านสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 5% ภายในปี 71 เมื่อเทียบกับปีฐาน 66 ผ่านโครงการ Solar Rooftop เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV) บนพื้นที่อาคารของสำนักงานใหญ่ คาดว่าจะเริ่มติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อเพิ่มกำลังผลิตใหม่ 416.52 kW รวมเป็น 665Wp ภายในไตรมาส 4/69 และคาดว่าจะเริ่มทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในไตรมาส 1/70 คาดว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 175,343 kWh ต่อปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 88 tonCo2eq และในปี 71 จะผลิตไฟฟ้าได้เต็มกำลัง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 87 tonCo2eq สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว
“แผน Jump+ จะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจ เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแนวทางสำคัญคือการเลือกทำในสิ่งที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญและมีความได้เปรียบในการแข่งขัน ทั้งงาน EPC ด้านระบบไฟฟ้า สถานีไฟฟ้า สายส่ง และสาธารณูปโภค พร้อมบริหารโครงการอย่างรอบคอบ และควบคุมต้นทุนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ รวมทั้งยึดมั่นแนวทางการบริหารงานให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลและความยั่งยืน (ESG) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว”นายณัฐพงศ์ กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ม.ค. 69)






