
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์ (PAGASA) เปิดเผยวันนี้ (16 ม.ค.) ว่า พายุหมุนนกแอ่น (Nokaen) หรือที่มีชื่อเรียกในท้องถิ่นว่าเอดา (Ada) ซึ่งเป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกแรกของปีนี้ อาจกลายเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากบริเวณรอบภูเขาไฟมายอน (Mayon) บนเกาะลูซอน
สำนักงานฯ ระบุว่า พายุนกแอ่นมีความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลางที่ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีลมกระโชกแรงสูงสุดถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปัจจุบันพายุกำลังเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ไปทางทิศเหนือในทะเลฟิลิปปินส์ ทางตะวันออกของเขตวิซายัสตะวันออกในตอนกลางของประเทศ
PAGASA ระบุว่า พายุหมุนอาจก่อให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยมีปริมาณน้ำฝนสะสมระหว่าง 100-200 มิลลิเมตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่รอบภูเขาไฟมายอน
ด้านสถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหววิทยาแห่งฟิลิปปินส์ (Phivolcs) ออกประกาศเตือนว่า ฝนที่ตกหนักจากพายุอาจก่อให้เกิดการไหลของตะกอนภูเขาไฟ หรือเกิดดินโคลนถล่มในลำน้ำและช่องทางระบายน้ำรอบภูเขาไฟ ซึ่งภูเขาไฟลูกนี้เริ่มกลับมาปะทุตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.
Phivolcs ระบุในประกาศเตือนว่า “ฝนที่ตกหนักถึงหนักมากอาจก่อให้เกิดโคลนถล่มขณะปะทุในช่องทางระบายน้ำหลักทางทิศใต้ถึงทิศตะวันออกของภูเขาไฟมายอน โดยน้ำจะชะล้างวัสดุที่หลวมจากเศษหินและเถ้าถ่านภูเขาไฟที่เพิ่งทับถมจากการปะทุต่อเนื่องในปัจจุบัน” พร้อมเตือนว่า โคลนร้อนอาจลวกผิวหนังทันทีที่สัมผัส ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บสาหัสที่รุนแรงถึงแก่ชีวิตได้
นอกจากนี้ Phivolcs ยังเตือนอีกว่า ตะกอนจากการปะทุครั้งก่อน ๆ บริเวณทางลาดฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของภูเขาไฟมายอนอาจเคลื่อนตัวอีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชุมชนที่อยู่ด้านล่าง ทั้งจากการเอ่อล้นเข้าท่วม การกระแทกของหินขนาดใหญ่ การฝังกลบ และการพัดทำลาย ซึ่งอาจแผ่ขยายไปถึงพื้นที่ชายฝั่งทางทิศตะวันออกของภูเขาไฟ”
ทั้งนี้ ประชาชนหลายพันชีวิตที่อาศัยอยู่ใกล้ลาดเขาของภูเขาไฟมายอนต้องอพยพออกจากที่พักอาศัย เนื่องจากกิจกรรมของภูเขาไฟที่ยังคงดำเนินอยู่ ขณะที่เจ้าหน้าที่เตือนว่า ฝนที่ตกหนักจากพายุนกแอ่นอาจทำให้สถานการณ์ในศูนย์อพยพเลวร้ายลง และเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานช่วยเหลือฉุกเฉิน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ม.ค. 69)





