
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดชลบุรี โดยกล่าวว่า ขณะนี้ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตรอบด้าน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ภาระหนี้สินที่พอกพูน และค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง พท.ไม่ได้นิ่งนอนใจและมีวิสัยทัศน์ชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงฐานรากเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะมุ่งเน้นการผลักดันเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เพื่อสร้างรายได้เข้าสู่กระเป๋าของประชาชน โดยเฉพาะการยกระดับให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและการแพทย์ระดับโลก (Wellness & Medical Hub) ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่จะนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
ตนเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยว่าสามารถเปลี่ยนแปลงจากแรงงานอุตสาหกรรมให้กลายเป็นเมืองแห่งนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ พท.มุ่งหวังที่จะสร้างโอกาสผ่านการเรียนรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้ลูกหลานสามารถก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว โดยจะมีโครงการศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรมในระดับท้องถิ่นเพื่อให้คนรุ่นใหม่สร้างอาชีพในบ้านเกิดได้ ไม่ต้องพลัดพรากจากครอบครัวไปทำงานในเมืองใหญ่ ซึ่งถือเป็นความมั่นคงที่กินได้และยั่งยืน พร้อมกันนี้ยังได้ประกาศเป้าหมายสำคัญในการพัฒนามหาวิทยาลัยบูรพาให้ติดอันดับ 1 ใน 100 ของโลกให้ได้
นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญเรื่องระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โดยเน้นย้ำว่าหัวใจนี้จะเต้นได้อย่างแข็งแรงก็ต่อเมื่อความมั่งคั่งกระจายมาถึงมือประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน พท.มีนโยบายกระจายอำนาจเพื่อให้งบประมาณถูกนำมาแก้ปัญหาหนี้สินและเพิ่มรายได้ตามบริบทของพื้นที่อย่างแท้จริง โดย พท.พร้อมที่จะผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เป็นจริง เพื่อให้คำว่า “คนชลบุรีต้องมีกินมีใช้” เป็นความจริงที่สัมผัสได้ในทุกครัวเรือน
“ผมมาที่นี่วันนี้ ไม่ได้มาเพื่อตัวเอง แต่มาเพื่อขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทยได้เข้าไปเป็นตัวแทนในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง ผมอยากจะพาผู้สมัคร สส.ชลบุรีทั้ง 10 เขต เข้าไปทำงานในสภาฯ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายที่กินได้จริง และทำให้ชลบุรีกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ทุกคนเข้าถึงได้ ขอให้พี่น้องเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทย เลือกทั้งคนทั้งพรรค เพื่อประเทศไทยที่ดีขึ้นกว่าเดิม” นายยศชนัน กล่าว
ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง กล่าวว่า ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยทุกคนไม่เคยทิ้งพื้นที่ และอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชนมาโดยตลอด การเลือกตั้งที่ผ่านมาหลายคนอาจเลือกตามกระแสจนทำให้บางเขตได้ สส.ที่ไม่เคยอยู่ในพื้นที่จริง ดังนั้นครั้งนี้จึงขอให้ชาวชลบุรีมั่นใจในตัวผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย
แม้วันนี้ “คนเก่าบ้านใหญ่” จะจากไปแล้ว แต่พรรคเพื่อไทยก็ได้ “เลือดใหม่” เข้ามาแทนที่ ซึ่งตนมีความเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองในชลบุรีที่ปัจจุบันบ้านใหญ่สองหลังที่เคยแข่งกันกลับมาคืนดีกัน โดยเกรงว่าหากกลุ่มคนเหล่านี้ได้รับชัยชนะและมีอำนาจ อาจจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ดังสุภาษิตไทยที่ว่า “เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้” พรรคเพื่อไทยจึงขอเสนอตัวเป็นทางเลือกเพื่อความสมานฉันท์และเดินหน้าจังหวัดด้วยนโยบายที่จับต้องได้
นโยบายหลักหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล เช่น การลดค่าไฟฟ้าให้เหลือ 3.70 บาท นโยบายคนไทยไร้จน หวยเกษียณ รวมถึงการยกระดับสวัสดิการและหลักประกันชีวิตให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) พร้อมทั้งชื่นชมความสำเร็จของรัฐบาลนายกฯ เศรษฐา-แพทองธาร ที่สามารถปักหมุดเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกอย่าง Tomorrowland ให้มาจัดในประเทศไทยที่จังหวัดชลบุรีเป็นครั้งแรก ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินมหาศาลจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ปี โดยมั่นใจว่า ศ.ดร.ยศชนัน แคนดิเดตนายกฯ ที่มีประสบการณ์ด้านงานวิจัย จะเป็นผู้นำที่พาประเทศเดินหน้าด้วยนโยบายที่ตอบโจทย์อนาคตได้ดีที่สุด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ม.ค. 69)




