
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.การบินไทย [THAI] เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาสัญญาเช่าโบอิ้ง 787 ซึ่งเป็นเครื่องบินลำตัวกว้าง นวน 10 ลำ คาดว่าจะจบไม่เกินกลางเดือนก.พ.และจะเริ่มทยอยรับมอบตั้งแต่เดือนมิ.ย.-ก.ค.ปีนี้ หลังจากปลดล็อกคณะกรรมการบริษัทชุดใหม่
การบินไทยจะยังดำเนินตามยุทธศาสตร์ Network Airlines หรือการเป็นสายการบินที่มีเครือข่ายเชื่อมต่อที่สมบูรณ์ ปัจจุบันมีเครื่องบิน 79 ลำ จากเดิมที่เคยมีสูงสุด 103 ลำ โดยในปี 69 กำลังเริ่มทยอยรับมอบเครื่องบินลำตัวแคบรุ่น Airbus A321neo เข้ามาเพิ่ม 32 ลำภายใน 3 ปี (ปี 69-71) โดยปีนี้จะเข้ามา 16 ลำ
บริษัทตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีเครื่องบินราว 100 ลำใกล้เคียงช่วงก่อนโควิด-19 โดยเครื่องบินใหม่ทั้งหมดจะเป็น New Generation เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มรายได้และประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ Airbus A321 ประหยัดน้ำมันกว่ารุ่นเดิม 20% และลดปล่อย CO2 ในสัดส่วนเดียวกัน รวมถึงการตกแต่งภายในเน้นความพรีเมียมเพื่อให้แข่งขันในระดับโลกได้
นายชาย กล่าวว่า การขยายฝูงบินจะทำให้ Capacity เพิ่มขึ้นกว่า 5% ในปี 69 คาดว่าจำนวนผู้โดยสารจะเติบโตประมาณ 7% หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ล้านคน ประเมินผลประกอบการปีนี้ทั้ง EBITDA และรายได้รวมดีกว่าปี 68 แน่นอน ขณะที่ปีที่ผ่านมาถือว่าผลการดำเนินงานเป็นไปตามแผน ปัจจุบันบริษัทไม่มีขาดทุนสะสมและกลายเป็นกำไรสะสมแล้ว หากมีกำไรตามข้อบังคับคณะกรรมการจะพิจารณาจ่ายเงินปันผล
สำหรับการเพิ่ม Airbus A321neo การบินไทยจะเน้นไปใช้ทำการบินในตลาดเอเชียและอาเซียน ได้แก่ จีน, อินเดีย และญี่ปุ่นตอนใต้ โดยจีน ปีนี้จะเปิดจุดบินเพิ่ม 4 เมือง ได้แก่ ฉงชิ่ง ฉางซา เซี่ยเหมิ่น เซินเจิ้น และเพิ่มความถี่ในเมืองเดิม, อินเดีย เพิ่มทั้งจุดบินและความถี่, CLMV เพิ่มความถี่การบินเช่นกัน ส่วนฮ่องกงจะเปลี่ยนมาใช้เครื่องแอร์บัส A321 แทนเครื่องรุ่นเดิมเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
บริษัทกำหนดนำ Airbus A321neo ลำแรกเข้าประจำการในฝูงบิน โดยเริ่มบินระหว่างวันที่ 22 ม.ค.-28 มี.ค.69 เที่ยวบิน TG413 กรุงเทพฯ-สิงคโปร์ เวลาออก 11.30-14.50 น. (เที่ยวบินแรก) , TG414 สิงคโปร์-กรุงเทพฯ เวลาออก 15.55-17.15 น. , TG221 กรุงเทพฯ-ภูเก็ต เวลาออก 18.30-20.00 น. , TG222 ภูเก็ต-กรุงเทพฯ เวลาออก 20.40-22.15 น. , TG331 กรุงเทพฯ-เดลี เวลาออก 23.25-02.20 น. (วันถัดไป) และ TG332 เดลี-กรุงเทพฯ เวลาออก 03.30 – 09.00 น.
นายชาย มองว่า ปัญหาการผลิตเครื่องบิน (Capacity) ทั่วโลกยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ และตามคาดการณ์ของ IATA น่าจะต้องใช้เวลาอีก 5 ปี ส่วนความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ การบินไทยใช้กลยุทธ์ Network Airline โยกย้าย Capacity ไปยังจุดที่ไม่มีปัญหาเพื่อรักษารายได้ นอกจากนี้ ยังกระจายความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ GDP โตต่ำ โดยเน้นรับผู้โดยสารที่เปลี่ยนเครื่อง (Transit) ไปยังเมืองที่สาม ไม่ได้พึ่งพาแค่ผู้โดยสารเข้า-ออกประเทศไทยเพียงอย่างเดียว
ด้านความคืบหน้าโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO)ที่สนามบินอู่ตะเภา นายชาย กล่าวว่า วันนี้บริษัทจะนำเรื่อง MRO เข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ คาดว่าจะนัดลงนามสัญญากับทาง EEC ได้ช่วงปลายเดือนม.ค.หรือต้น ก.พ. โดยมีการปรับสัญญาให้กระชับและชัดเจนขึ้นโดยเฉพาะเรื่องการเช่าช่วง
ส่วนกรณีที่มีความกังวลเรื่องการขายหุ้นของเจ้าหนี้หลังจากวันที่ 3 ก.พ.69 ที่สิ้นสุดช่วง Lock-Up จำนวน 25% ของจำนวนหุ้นออกใหม่ นายชาย กล่าวว่า บริษัทได้พูดคุยกับเจ้าหนี้แทบจะทุกกลุ่มทั้งสถาบันและสหกรณ์ แต่ก็ยังไม่ได้แจ้งว่าตัดสินใจอย่างไร แต่โดยภาพรวมผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ต้องการจะถือหุ้นต่อ และอยากให้การบินไทยมีความมั่นคง ต้องการรักษาเสถียรภาพราคาหุ้น THAI
นายชาย กล่าวถึงผู้ถือหุ้นว่า ปัจจุบันราคาหุ้น THAI (ประมาณ 6 บาทกว่า) ยังสูงกว่าราคาเสนอขาย (Offering Price) ที่ 4.48 บาท เมื่อปลายปี 67 ซึ่งราคาหุ้น THAI ยังสูงกว่า PO ขอให้อดทนถือหุ้นต่อเพื่อรอพิสูจน์ผลงานที่ฝ่ายบริหารทำได้ตามสัญญามาตลอด 4-5 ปี
“ไม่ได้ยินว่าใครจะเทขาย แต่ไม่สามารถจะเจาะเป็นรายบุคคล โดยภาพรวมก็อยากทำให้การบินไทยมั่นคง อยากให้มองหุ้นการบินไทย เป็น Value Share บมองที่ผลประกอบการ ถ้ามีการเทขายหุ้นบางครั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบางอย่างมันกลายเป็น speculate มากกว่า หุ้นสายการบินส่วนใหญ่เป็น Value Share มากกว่า”
ด้านนายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ THAI กล่าวว่า Airbus A321neo ที่รับมอบเข้ามาจะนำมาเพิ่มศักยภาพตลาดอาเซียนและเอเชีย โดยมีแผนขยายเส้นทางเมืองรองในจีน เพื่อบาลานซ์เส้นทางจีนและอินเดียให้มีจำนวนเที่ยวบินพอๆกันที่ 90 เที่ยวบิน/สัปดาห์ในตารางบินฤดูร้อนปีนี้ เพื่อจะทำให้ไทยเป็นจุดเชื่อมต่อที่มีศักยภาพ มองว่าเป็น Silk Hub Strategy ในการครองตลาดอาเซียนเชื่อมต่อจุดบินทั้งในอินเดียและจีน สุดท้ายจะเชื่อมต่อจุดบินในโลก
การขยายจุดบินเมืองรองในจีนปีนี้ 4 เมืองจะทยอยเปิดในตารางฤดูร้อนตามเครื่องบินที่ทยอยเข้ามา ส่วนในอินเดียอาจจะไม่เพิ่มจุดบินใหม่แต่เพิ่มความถี่เมืองเดิมที่เปิดบินอยู่ โดยศึกษาเมืองใหม่ในอินเดีย ส่วนในอาเซียนจะเพิ่มความถี่ อาทิ ปีนัง ที่ทำการบิน 1 เที่ยวบิน/วันก็เพิ่มเป็น 2 เที่ยวบิน/วัน เป็นต้น


โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ม.ค. 69)




