
สำนักข่าวเกียวโดรายงานในวันนี้ (19 ม.ค.) ว่า ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศเตรียมยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันศุกร์นี้ (23 ม.ค.) เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดในวันที่ 8 ก.พ. โดยจะเริ่มเปิดฉากหาเสียงอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 ม.ค. นี้ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับฐานอำนาจของรัฐบาล
ทาคาอิจิแถลงต่อสื่อมวลชนในวันนี้ว่า เธอพร้อมเดิมพันตำแหน่งผู้นำประเทศ โดยจะให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าจะให้เธอทำหน้าที่ต่อหรือไม่ หลังจากการประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันเปิดสมัยประชุมรัฐสภาสามัญประจำปี ศุกร์นี้
ทาคาอิจิยังกล่าวด้วยว่า เธอตั้งเป้าจะพาพรรคร่วมรัฐบาลคว้าเสียงข้างมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ทาคาอิจิก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2568 และจะเป็นครั้งแรกของการจับขั้วรัฐบาลใหม่ระหว่างพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) กับพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (JIP) หลังจากที่ทั้งสองพรรคได้ลงนามในข้อตกลงร่วมรัฐบาลหนึ่งวันก่อนที่ทาคาอิจิจะรับตำแหน่งผู้นำรัฐบาลเมื่อปีที่แล้ว
สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ทาคาอิจิคาดหวังที่จะใช้ประโยชน์ในช่วงที่คณะรัฐมนตรีของเธอได้รับคะแนนนิยมสูง เพื่อขอฉันทามติจากประชาชนให้สนับสนุนจุดยืนทางการคลังที่เธอเรียกว่า “มีความรับผิดชอบแต่ในเชิงรุก” รวมถึงกรอบการทำงานใหม่ของพรรคร่วมรัฐบาล
การเลือกตั้งก่อนกำหนดนี้ มีขึ้นในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปีครึ่งหลังจากที่มีการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรครั้งล่าสุดเมื่อเดือนต.ค. 2567 ทั้งนี้ ภายใต้รัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี เว้นแต่จะมีการประกาศยุบสภา
รัฐบาลของทาคาอิจิเผชิญกับความยากลำบากในการบริหารงานในรัฐสภา เนื่องจากกลุ่มพันธมิตรที่นำโดยพรรค LDP ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังคงครองเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ซึ่งทำให้รัฐบาลของเธอจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากพรรคฝ่ายค้านในการผ่านร่างกฎหมายต่าง ๆ
ด้านพรรคฝ่ายค้านหลักอย่างพรรครัฐธรรมนูญประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น (CDP) และพรรคโคเมโต (Komeito) อดีตพันธมิตรเก่าแก่ของ LDP ได้จับมือกันตั้งกลุ่ม “พันธมิตรปฏิรูปสายกลาง” (Centrist Reform Alliance) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (15 ม.ค.) เพื่อผนึกกำลังสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้
พรรคฝ่ายค้านได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์แผนการของทาคาอิจิในการจัดเลือกตั้งก่อนกำหนด โดยกล่าวว่าเธอกำลังให้ความสำคัญกับการเมืองมากกว่าการผ่านงบประมาณเบื้องต้นสำหรับปีงบประมาณ 2569 ที่จะเริ่มขึ้นในเดือนเม.ย.นี้ สวนทางกับที่เธอเคยให้คำมั่นว่าจะให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายเป็นอันดับแรก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ม.ค. 69)





