มือปืนสังหาร “ชินโซ อาเบะ” ถูกศาลญี่ปุ่นตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

ผู้พิพากษาศาลญี่ปุ่นได้ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เท็ตสึยะ ยามากามิ วัย 45 ปี ผู้ต้องหาคดีลอบยิงอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ จนถึงแก่อสัญกรรมเมื่อปี 2565 โดยคำตัดสินดังกล่าวมีขึ้นในวันนี้ (21 ม.ค.) และทำให้สังคมญี่ปุ่นหันมาสนใจประเด็นการเรียกรับเงินบริจาคของโบสถ์แห่งความสามัคคี (Unification Church หรือ “ลัทธิมูน”) ตลอดจนความเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมือง

คำตัดสินดังกล่าวมีขึ้น หลังจากอัยการได้ยื่นฟ้องขอให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตยามากามิ โดยผู้ต้องหารายนี้ยอมรับสารภาพว่าได้สังหารอดีตนายกรัฐมนตรีอาเบะด้วยอาวุธปืนที่ประดิษฐ์เอง ในขณะที่อาเบะกำลังกล่าวปราศรัยหาเสียงในเมืองนารา ทางตะวันตกของญี่ปุ่น โดยอัยการระบุว่าการกระทำของยามากามิเป็น “อาชญากรรมที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์หลังสงครามของประเทศ”

ในระหว่างการพิจารณาคดีที่ศาลจังหวัดนาราซึ่งใช้ระบบคณะลูกขุนสมทบ ทนายความฝ่ายจำเลยโต้แย้งว่าโทษจำคุกของยามากามิไม่ควรเกิน 20 ปี โดยอ้างว่าเขาเป็นเหยื่อที่ได้รับความเดือดร้อนจากกลุ่มศาสนา และปมวัยเด็กจากการเลี้ยงดูที่น่าสลดใจนั้น ได้กลายเป็นแรงจูงใจให้เขาสังหารอาเบะ

จำเลยให้การว่า เขามีความแค้นต่อลัทธิมูน เนื่องจากครอบครัวได้รับความเสียหายทางการเงิน เพราะมารดาบริจาคเงินจำนวนมากให้กับกลุ่มศาสนาดังกล่าว โดยมียอดรวมสูงถึง 100 ล้านเยน (ประมาณ 633,000 ดอลลาร์) นอกจากนี้ เขายังเชื่อว่า อาเบะมีส่วนอย่างมากในการทำให้ลัทธิมูนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมืองในญี่ปุ่น

ทั้งนี้ อาเบะซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของญี่ปุ่น ยังคงเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลทางการเมืองอย่างมากแม้หลังจากลาออกในปี 2563

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การพิจารณาคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมากนี้ มีประชาชนรวมทั้งสิ้น 685 คน มาเข้าแถวรอในช่วงเช้าเพื่อจับสลากชิงที่นั่งสำหรับบุคคลทั่วไปที่มีเพียง 31 ที่นั่งในห้องพิจารณาคดี

จากกรณีที่คดีนี้ได้เปิดโปงการเรียกรับบริจาคจนสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับบรรดาสมาชิกของลัทธิมูน รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งนำไปสู่คำสั่งของศาลจังหวัดโตเกียวให้สั่งยุบองค์กรลัทธิมูน และเพิกถอนสิทธิประโยชน์ทางภาษีในฐานะองค์กรทางศาสนา

นอกจากนี้ ยังได้มีการตรวจสอบความเชื่อมโยงของลัทธิดังกล่าวกับฝ่ายนิติบัญญัติของพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล โดยมีรายงานว่านักการเมืองบางคนของพรรคนี้ได้รับการสนับสนุนในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ม.ค. 69)