
Jaymart Mobile ขยายบทบาทสู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ Mobile & Digital Finance เปิดตัว “บริการผ่อนมือถือออนไลน์แบบครบวงจร” ภายใต้แนวคิด “A New Era of Mobile Loans-Seamless. Fully Online. Anytime.” ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว ความสะดวก และการเข้าถึงบริการได้ทันที เชื่อว่าจะช่วยผลักดันให้ผลประกอบการของ เจมาร์ท โมบาย บรรลุเป้าหมายเติบโต 50% ในปี 69
บริการดังกล่าวถูกออกแบบบนแนวคิด Mobile-First และ Customer-Centric มอบประสบการณ์การใช้งานที่ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสมัคร การพิจารณาอนุมัติ ไปจนถึงการรับสินค้า ผ่านระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ รองรับการใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องพึ่งพากระบวนการออฟไลน์แบบเดิม
นอกจากนี้ บริษัทมีจุดแข็งในการขยายสาขาเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 60 สาขา ทำให้ปัจจุบัน มีร้านค้ากว่า 300 สาขาทั่วประเทศ ผสานเทคโนโลยีและความร่วมมือภายในกลุ่มเจมาร์ท ได้แก่ Singer Thailand และ SG Capital เพื่อขยายระบบนิเวศสินเชื่อโทรศัพท์มือถือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโครงการ SG Finance+ ที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อ ลดอุปสรรคด้านกำลังซื้อ และการผลักดันยอดขายจากพันธมิตรสมาร์ทโฟนทั้งกลุ่มพรีเมียม และ China Brand ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับร้านค้าให้เป็น “Financial Destination” ที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้า ทำธุรกรรมสินเชื่อ และเข้าถึงบริการเสริมได้ในจุดเดียว ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดค้าปลีกโทรศัพท์มือถือของไทย และบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่ม JMART ในระยะยาวอย่างยั่งยืน
นายดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด (Jaymart Mobile) ในกลุ่ม บมจ.เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ [JMART] กล่าวถึงแผนการดำเนินงานในปี 69 จะสามารถเดินหน้าสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 15,000 ล้านบาท เติบโต 50% จากปี 68 ซึ่งในจำนวนนี้มาจากยอดขายผ่านสินเชื่อมือถือประมาณ 5,000 ล้านบาท เติบโต 60% จากปีก่อนที่ 3,000 ล้านบาท
โดยตั้งงบลงทุน 70-80 ล้านบาท ขยายสาขา 100 สาขา ให้ครอบคลุมพื้นที่ให้มากขึ้น โดยจะเน้นขยายไปที่พื้นที่ Hypermarket ซึ่งขนาดไม่ใหญ่มากใช้เงินลงทุนต่อสาขาไม่สูง นอกจากนี้ Jaymart Network มี Sub-dealer ที่ช่วยขายในโครงการ SG Finance+ กว่า 1,700 ราย และเป้าหมายปีนี้คือขยายให้ถึง 2,500 ราย ทั้งนี้บริษัทสามารถควบคุมคุณภาพหนี้เสีย (NPL) ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 2% ด้วยเทคโนโลยีการล็อกเครื่อง (Lock Technology)
นายดุสิต มองว่าในปีนี้ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ การเปลี่ยนเครื่องรอบใหม่ และความต้องการสมาร์ทโฟนที่รองรับเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะในกลุ่มรุ่นราคาจับต้องได้ อีกทั้งกลุ่มสมาร์ทโฟนของบริษัทได้ยังได้แรงหนุนจากสินเชื่อ ที่ทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนคึกคัก แม้ภาวะเศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน แต่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้กลุ่มลูกค้า Mid-to-high ยังให้การตอบรับกับการเปลี่ยนสมาร์ทโฟน และเข้ามาขอสินเชื่อมากขึ้น ทำให้มูลค่ารวมของตลาดยังเติบโต
เน้นขยายสินเชื่อมือถือลดเสี่ยง
นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย [SINGER] เปิดเผยว่า ในปี 69 บริษัทคาดการณ์รายได้รวมเติบโต 40% จากปีก่อน โดยหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยรับและบริการทางการเงินผ่านบริษัทย่อย ซึ่งมีสัดส่วนรายได้กว่า 80% ของรายได้รวม ทั้งนี้ จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่งผลให้หนี้ครัวเรือนสูง กำลังซื้อต่ำ บริษัทจึงปรับพอร์ตการขาย โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องระมัดระวังมากขึ้น และขยายกลุ่มสมาร์ทโฟนเนื่องจากมีหนี้เสียต่ำ จากเดิมปี 67 เครื่องใช้ไฟฟ้ามีสัดส่วนการขายกว่า 80% ปีนี้คาดอยู่ที่ 50% และสมาร์ทโฟนเดิมสัดส่วน 10% ขยับขึ้นเป็น 40%
บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จากสมาร์ทโฟนในปี 69 ไว้ที่ 900 ล้านบาท ตอกย้ำบทบาทสำคัญในการยกระดับตลาดสินเชื่อสมาร์ทโฟนไทย ผ่าน SG Finance+ ซึ่งสอดรับกับทิศทางการทรานส์ฟอร์ม SINGER สู่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัลครบวงจร ต่อยอดจากวิสัยทัศน์ “Financial Services Network Tech” ที่ SINGER ประกาศไว้ก่อนหน้า โดยผสานเทคโนโลยีเข้ากับเครือข่ายการขายและพันธมิตรทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านโมเดลสินเชื่อสมาร์ทโฟนแบบล็อกเครื่อง หรือ Lock Phone บนแพลตฟอร์ม SG Finance+ ภายใต้การบริหารของบมจ.เอสจี แคปปิตอล [SGC] หัวใจสำคัญของระบบนิเวศดังกล่าวคือแพลตฟอร์มดิจิทัล100% ที่บูรณาการเทคโนโลยี e-KYC, e-NCB และ Credit Scoring ช่วยให้สามารถพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อได้ภายใน 3 นาที ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล
ในเชิงรายได้จากสมาร์ทโฟนของ SINGER ในปี 68 เพิ่มอย่างก้าวกระโดดเป็น 254 ล้านบาท หรือเติบโตมากกว่า 300% สะท้อนความต้องการสินเชื่อสมาร์ทโฟนขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Lock Phone นอกจากนี้ ณ สิ้นปี 68 บริษัทประสบความสำเร็จในการขยายเครือข่ายของ Direct Sale และดีลเลอร์โทรศัพท์มือถือกว่า 1,200 รายทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง สนับสนุนการเติบโตของยอดขาย
นอกจากนี้ปี 69 บริษัทจะมุ่งเน้นการขยายสาขา จากเดิม 110 สาขา จะเพิ่มอีก 146 สาขาในปีนี้ อย่างไรก็ตามทั้งสาขาออฟไลน์และออนไลน์ มีการทำงานร่วมกันอยู่แล้ว ซึ่งการสนับสนุนทั้งสองส่วนนี้จะทำให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน
จากอุปสงค์ของตลาดที่ยังอยู่ในระดับสูง SINGER ต่อยอดการรุกแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ลูกค้าสามารถทำสินเชื่อออนไลน์ โดยลูกค้าสามารถใช้บริการผ่อนสมาร์ทโฟนออนไลน์แบบครบวงจรผ่านเว็บไซต์ www.singerthai.co.th โดยเลือกสมาร์ทโฟนที่ต้องการ และสามารถยืนยันตัวตนด้วยแอปพลิเคชัน ThaiD ที่ใดก็ได้ และเข้าสู่ระบบ SG Finance+ พร้อมทราบผลได้ภายใน 3 นาที และสามารถรับสินค้าที่บ้านได้ เป็นการพัฒนาทำสินเชื่อแบบไร้รอยต่อ โดยลูกค้าสามารถทำรายการได้ทุกที่ทุกเวลา สะท้อนทิศทางการเติบโตที่ชัดเจนของ SINGER ในฐานะแพลตฟอร์มบริการทางการเงินยุคดิจิทัล
“เราเห็นโอกาสตลาดขนาดใหญ่ของผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ การทำสินเชื่อออนไลน์ จะทำให้การเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และจะทำให้ตลาดสินเชื่อสมาร์ทโฟนยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในระยะยาว บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จากสมาร์ทโฟนในปี 69 ไว้ที่ 900 ล้านบาท” นายนราธิป กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ม.ค. 69)




