น้ำมัน WTI ปิดบวก 26 เซนต์ รับแนวโน้มอุปทานน้ำมันตึงตัว

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (21 ม.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อุปทานน้ำมันในตลาดจะเผชิญภาวะตึงตัวหลังจากแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ 2 แห่งในคาซัคสถานระงับการผลิตชั่วคราว และปริมาณการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาที่อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแผนการฟื้นฟูกำลังการผลิตในเวเนซุเอลายังคงล่าช้า

  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 26 เซนต์ หรือ 0.43% ปิดที่ 60.62 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 32 เซนต์ หรือ 0.49% ปิดที่ 65.24 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากคาซัคสถาน ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้ระงับการผลิตที่แหล่งน้ำมันเทนกิซ (Tengiz) และคาโรเลฟ (Korolev) เป็นการชั่วคราว หลังจากเกิดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อระบบจำหน่ายไฟฟ้า ด้านแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า การผลิตที่แหล่งน้ำมันทั้งสองแห่งในคาซัคสถานอาจต้องระงับไปอีก 7 – 10 วัน

นอกจากนี้ มีรายงานว่าเกิดปัญหาคอขวดที่ท่อส่งแคสเปียน ไปป์ไลน์ คอนซอร์เทียม (Caspian Pipeline Consortium – CPC) ในทะเลดำ หลังจากอุปกรณ์ที่ท่อส่งดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการถูกโจมตีด้วยโดรน ส่งผลให้บริษัททีซีโอ (TCO) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการแหล่งน้ำมันเทนกิซ ประกาศภาวะสุดวิสัย (Force Majeure) ในการส่งมอบน้ำมันดิบเข้าสู่ระบบท่อส่ง CPC

ทั้งนี้ ภาวะสุดวิสัยเป็นส่วนหนึ่งที่ระบุในสัญญาซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นอิสระจากข้อบังคับทางกฎหมาย เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้

ส่วนปริมาณการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาภายใต้ข้อตกลงมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ที่ทำร่วมกับสหรัฐฯ นั้น อยู่ที่ประมาณ 7.8 ล้านบาร์เรลในวันพุธ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแผนการฟื้นฟูกำลังการผลิตในเวเนซุเอลายังคงล่าช้า

ราคาน้ำมันยังได้ปัจจัยบวกจากการที่สำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดการณ์ว่า อุปสงค์น้ำมันโลกในปีนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 930,000 บาร์เรล/วัน ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 860,000 บาร์เรล/วันที่มีการคาดการณ์ไว้ในรายงานฉบับก่อนหน้า

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ม.ค. 69)