
เมื่อเวลา 10.14 น. ราคาหุ้น KTB บวก 4.50% เพิ่มขึ้น 1.25 บาท มาที่ 29.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,199.30 ล้านบาท จากราคาเปิด 28.25 บาท ราคาสูงสุด 29.00 บาท และราคาต่ำสุด 28.25 บาท
บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า ธนาคารกรุงไทย [KTB] ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 1.08 หมื่นล้านบาท (-2% YoY, -26% QoQ) เป็นไปตามที่ตลาดและเราคาด
1. OPEX น้อยกว่าคาดมาอยู่ที่ 1.55 หมื่นล้านบาท (เราคาด 1.65 หมื่นล้านบาท) (-11% YoY, -4% QoQ) จากค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขายกลับสู่ระดับปกติ ขณะที่มีกำไรจากเงินลงทุนน้อยกว่าคาดมาอยู่ที่ +348 ล้านบาท (เราคาด +1 พันล้านบาท) เพราะ Bond yield เพิ่มขึ้น
2. รายได้ค่าธรรมเนียมดีตามคาดมาอยู่ที่ 6.1 พันล้านบาท (+5% YoY/QoQ) จาก Wealth management และสำรองฯ ลดลงตามคาดอยู่ที่ 7.1 พันล้านบาท (+6% YoY, -2% QoQ) ส่วนสินเชื่อกลับมาเพิ่มขึ้นได้ +0.5% YoY และ +4.6% QoQ จากสินเชื่อภาครัฐเป็นหลัก
3. NPL เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.90% จากไตรมาสก่อนที่ 2.88% โดยมี write-off อีก 5.5 พันล้านบาท จากไตรมาสก่อนที่ 1.6 พันล้านบาท ขณะที่ยังมี Coverage ratio ที่ยังอยู่ในระดับสูงถึง 204%
บล.ดาโอ คงประมาณการกำไรสุทธิของ KTB ปี 69 อยู่ที่ 4.6 หมื่นล้านบาท ลดลง -4% YoY จาก NIM ที่ลดลง แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 30.00 บาท อิง PBV ปี พ.ศ. 2569 ที่ 0.85x (-0.25SD below 10-yr average PBV) โดย KTB เป็นธนาคารที่มี Asset Quality ที่แข็งแกร่งจากการเน้นปล่อยสินเชื่อภาครัฐ ซึ่งเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำและรองรับกับสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงได้ โดยเรายังคงเลือก KTB เป็น Top pick ของกลุ่ม
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ม.ค. 69)





