IEA คาดน้ำมันล้นตลาดโลกใน Q1/2569 ช่วยกดราคาไม่ให้ขึ้นแรง

สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุเมื่อวันพุธ (21 ม.ค.) ว่า ตลาดน้ำมันโลกมีแนวโน้มเผชิญภาวะอุปทานล้นตลาดอย่างเด่นชัดในไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมองว่าปริมาณน้ำมันส่วนเกินที่มีอยู่ในขณะนี้ยังช่วยรองรับความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่ออุปทานได้

IEA ระบุในรายงานน้ำมันประจำเดือนว่า อุปทานน้ำมันโลกในไตรมาสดังกล่าวจะสูงกว่าความต้องการราว 4.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นประมาณ 4% ของอุปสงค์น้ำมันทั่วโลก และเป็นระดับส่วนเกินที่สูงกว่าการประเมินของหน่วยงานอื่น ๆ

ด้านราคาน้ำมันปรับขึ้นราว 6% นับตั้งแต่ต้นปี จากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงที่อาจเกิดการหยุดชะงักของตลาด ซึ่งกระตุ้นแรงซื้อ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานของตลาดโลก อยู่ที่ 65.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเมื่อวานนี้

ในช่วงต้นเดือนธ.ค. สหรัฐฯ ได้จับกุมตัว นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และเรียกร้องให้บริษัทน้ำมันเข้าไปลงทุนในเวเนซุเอลาเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต อย่างไรก็ดี ในระยะสั้น อุปทานจากประเทศดังกล่าวยังเผชิญภาวะสะดุด ขณะเดียวกัน คำขู่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจโจมตีอิหร่าน ได้เพิ่มความเสี่ยงที่อุปทานจะลดลง อีกทั้งการโจมตีด้วยโดรนและปัญหาทางเทคนิคยังส่งผลให้กำลังการผลิตของคาซัคสถานลดลง

IEA ระบุว่า หากไม่เกิดเหตุหยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่ในอิหร่านหรือเวเนซุเอลา และไม่มีการลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมจากผู้ผลิตรายอื่น ๆ ภาวะอุปทานล้นตลาดในระดับสูงมีแนวโน้มกลับมาอีกครั้งในไตรมาสแรกของปีนี้

ทั้งนี้ IEA ชี้ว่า ปริมาณน้ำมันส่วนเกินจำนวนมากในตลาดขณะนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน และช่วยจำกัดไม่ให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแรงเกินไป โดยอุปทานที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าความต้องการมีสาเหตุหลักจากการที่กลุ่มโอเปกพลัสเริ่มเพิ่มกำลังการผลิตตั้งแต่เดือนเม.ย. 2568 หลังลดการผลิตมานานหลายปี ขณะที่ผู้ผลิตรายอื่น ๆ เช่น สหรัฐฯ กายอานา และบราซิล ต่างเพิ่มกำลังการผลิตเช่นกัน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ม.ค. 69)