
ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 2 เดือนในวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.) หลังนักลงทุนคลายกังวลจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ถอนคำขู่ใช้มาตรการภาษีกับประเทศในยุโรป และยืนยันว่าจะไม่ใช้กำลังเพื่อเข้าควบคุมกรีนแลนด์
- ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 608.86 จุด เพิ่มขึ้น 6.19 จุด หรือ +1.03%
- ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,148.89 จุด เพิ่มขึ้น 79.72 จุด หรือ +0.99%
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,856.47 จุด เพิ่มขึ้น 295.49 จุด หรือ +1.20% และ
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,150.05 จุด เพิ่มขึ้น 11.96 จุด หรือ +0.12%
ทรัมป์ระบุว่า การถอนคำขู่ด้านภาษีเกิดขึ้นหลังการพบหารือกับมาร์ค รุตเตอ เลขาธิการนาโต ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้บรรลุกรอบความตกลงเกี่ยวกับอนาคตของกรีนแลนด์ แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด แต่ถ้อยแถลงดังกล่าวเพียงพอที่จะกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนเสี่ยงในตลาดโลก
หุ้นกลุ่มก่อสร้างและกลุ่มธนาคารนำตลาดปรับตัวขึ้น โดยทั้งสองกลุ่มพุ่งขึ้นราว 2%
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เตือนว่า นักลงทุนไม่ควรประมาท เนื่องจากการข่มขู่ด้านภาษีกำลังกลายเป็นเครื่องมือต่อรองที่ถูกใช้เป็นเรื่องปกติมากขึ้น และอาจสร้างความเสี่ยงแฝงต่อตลาดในระยะถัดไป
ความตึงเครียดล่าสุดระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป ซึ่งเกิดขึ้นไม่ถึงหนึ่งปีหลังจากทรัมป์เคยประกาศเก็บภาษีกับภูมิภาคที่พึ่งพาการส่งออกอย่างมาก ได้สั่นคลอนความเชื่อมั่นในความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก โดยแหล่งข่าวทางการทูตระบุว่า ผู้นำสหภาพยุโรปเตรียมหารือทบทวนความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในการประชุมฉุกเฉินในวันพฤหัสบดี
ผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาดยังช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน โดยหุ้น Volkswagen พุ่งขึ้น 6.5% หลังรายงานกระแสเงินสดสุทธิปี 2568 สูงกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้ตลาดหุ้นเยอรมนีปรับตัวขึ้นตาม ขณะที่หุ้นในกลุ่มรถยนต์โดยรวมปรับขึ้น 2.3%
นักลงทุนยังติดตามความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพในยูเครน โดยการผ่อนคลายของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้นักลงทุนขายหุ้นกลุ่มกลาโหมซึ่งร่วงลง 2% และถือเป็นการปรับตัวลงรายวันแรงที่สุดในรอบกว่า 1 เดือน
ในทางตรงกันข้าม หุ้นที่มีความเชื่อมโยงกับยูเครนปรับตัวขึ้นแรง โดยหุ้น Raiffeisen พุ่งขึ้น 7% และหุ้น Wizz Air พุ่งขึ้น 9%
นักวิเคราะห์จาก Capital.com ระบุว่า ยังมีปัจจัยหลายด้านที่อาจกดดันตลาดในช่วงที่เหลือของปีนี้ ทั้งทิศทางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการปรับตัวของธนาคารกลางต่อสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
ด้านหุ้นรายตัวอื่น ๆ นั้น หุ้น Essity ร่วงลง 7.4% หลังยอดขายไตรมาส 4 ต่ำกว่าคาด ขณะที่หุ้น Telenor พุ่งขึ้น 7% หลังผู้ให้บริการโทรคมนาคมจากนอร์เวย์ขายหุ้นในบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น (True Corporation) ของไทย มูลค่า 3.9 หมื่นล้านโครนนอร์เวย์ (3.92 พันล้านดอลลาร์)
หุ้น ArcelorMittal พุ่งขึ้น 6.3% หลังการเจรจาเพื่อขายธุรกิจในแอฟริกาใต้ซึ่งขาดทุนกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ม.ค. 69)




