ส.อ.ท. ขยับเป้ายอดผลิตรถยนต์ปีนี้เป็น 1.5 ล้านคัน จาก 1.45 ล้านคันปี 68

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในปี 69 ตั้งเป้าการผลิตไว้ที่ 1.5 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 3.05% จากปี 68 แบ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกประมาณ 950,000 คัน และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศประมาณ 550,000 คัน โดยเป้ายอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้น 10.15% เนื่องจากจะมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งจะทำให้ต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นในเรื่องการเข้ามาลงทุน

ส่วนยอดขายยานยนต์ไฟฟ้า คาดว่าจะเท่ากับปีก่อนที่ 8 หมื่นคัน แต่แนวโน้มราคาจะปรับเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีการปรับโครงการสร้างภาษี และสิ้นสุดมาตรการ EV3.0 ที่มีส่วนลดให้กับผู้ซื้อคันละ 150,000 บาท

 

  • ปัจจัยบวก ได้แก่

– ศาลสูงสหรัฐฯ ตัดสินว่าภาษีศุลกากรประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ขัดรัฐธรรมนูญ

– ธนาคารกลางสหรัฐลดอัตราดอกเบี้ยลง

– OPEC ลดราคาน้ำมันดิบลง

– บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยส่งออกรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นเพราะรอคำวินิจฉัยของศาลสูงของสหรัฐฯ เรื่องภาษีศุลกากรของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ภาวะเศรษฐกิจการค้าโลกจึงยังไม่ชัดเจน

– มีการเลือกตั้งได้รัฐบาลใหม่ตามระบอบประชาธิปไตย มีการลงทุนจากต่างประเทศโดยตรง (FDI) มากขึ้นจากผู้ได้รับการอนุมัตส่งเสริมการลงทุนกว่าหนึ่งล้านล้านบาท

– รัฐบาลใหม่เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงฮันนีมูน ลดภาระค่าครองชีพประชาชนลง เพิ่มอำนาจซื้อประชาชน

– ธนาคารแห่งประเทศไทยลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง

– การขัดแย้งชายแดนกัมพูชาสงบลง เปิดชายแดนค้าขายได้

 

  • ปัจจัยลบ ได้แก่

– มาตรการการเข้มงวดการปล่อยคาร์บอนของประเทศคู่ค้า

– มาตรการ Euro 6 และ มาตรการ ADAS

– รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกจากประเทศจีนเข้ามาแข่งขันในประเทศคู่ค้าความขัดแย้งระหว่างประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ รวมทั้งชายแดนประเทศไทย

– ความแปรปรวนสภาพอากาศ

– สงครามการค้า การขาดแคลนชิ้นส่วนจากความเข้มงวดส่งออกแร่หายาก

– ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศจำนวน 550,000 คัน ปีที่แล้วที่ผลิตได้ 499,339 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.15

– การตั้งรัฐบาลช้า การใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ไม่ทันใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569

– การส่งออกชะลอตัวลงจากภาษีนำเข้าสินค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

– เงินบาทแข็งค่ากระทบรายได้ผู้ส่งออกโดยเฉพาะผู้ส่งออกสินค้าเกษตร การท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น

– สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน

– อัตราการเกิดอยู่ในอัตราต่ำ จำนวนประชากรลดลง ส่งผลให้รายได้ที่เกี่ยวกับเด็กลดลง เช่น โรงเรียนอนุบาล และประถมศึกษา อาหาร ฯลฯ

– ความขัดแย้งระหว่างชายแดน

– ข่าวมิจฉาชีพในชายแดนไทยอาจส่งผลให้การท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลงเพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

– สถาบันการเงินยังคงระมัดระวังในการให้สินเชื่อจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงมากกว่าร้อยละ 80 ของGDP ส่งผลกระทบต่อการขายรถยนต์

– ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยังคงลดลง การใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 60% ส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการจ้างงาน คนงานมีรายได้ลดลง อำนาจซื้อลดลง เศรษฐกิจเติบโตในอัตราต่ำ

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ม.ค. 69)