ทองปรับขึ้นจากเมื่อวาน 2,900 ระหว่างวันทำสถิติ All Time High

ราคาทองคำ 96.5% ขายปลีกในประเทศระหว่างวันมีการเปลี่ยนแปลงมากถึง 54 ครั้ง ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานบาททองคำละ 2,900 บาท ตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก

โดยเมื่อเวลา 15.33 น. สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 43 ทำสถิติใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High)

  • ทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาททองคำละ 77,750 บาท ขายออกบาททองคำละ 77,850 บาท
  • ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้อบาททองคำละ 76,194.16 บาท ขายออกบาททองคำละ 78,650 บาท

บทวิเคราะห์จากบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา ทองโลกเริ่มมีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) มีแนวโน้มทรงตัวที่ ระดับ 96.13 หน่วย อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีแนวโน้มทรงตัวที่ระดับ 4.23% สืบเนื่องมาจาก ปธน.ทรัมป์ได้กล่าวเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ว่า ตนไม่คิดว่าเงินตอนนี้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงมากจนเกินไป ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึง”การเทรดบนการเสื่อมค่าของเงิน” (Debasement trade) โดยนายโรดริโก แคทริล นักยุทธศาสตร์ด้านสกุลเงินจาก National Australia Bank ในซิดนีย์ ได้กล่าวว่า ความเห็นของ ปธน.ทรัมป์ เป็นสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้ต่อต้านการลดลงของดอลลาร์ แต่เป็นเพราะสหรัฐฯ ต้องการเห็นสกุลเงินอย่างเงินหยวนของจีนและเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น ขณะที่ตลาดยังได้กังวลถึงหน่วยงานรัฐฯ ต่างๆที่เสี่ยงการถูกชัตดาวน์บางส่วน (Partial Shutdown) หากงบประมาณยังคงผ่านเพียง 6 ต่อ 12 ส่วน อาทิเช่น การเดินทางทางอากาศ/กรมสรรพากร (IRS)/สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) และข้อมูลจากกระทรวงแรงงานที่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ อาจต้องหยุดทำการ ซึ่งส่งผลถึงการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจของเฟด และการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชนเนื่องด้วยต้องใช้ฐานข้อมูลจาก IRS และอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ต้องหยุดชะงักบางส่วน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยหลังจากนี้ไปว่าจะมีมุมมองที่ผ่อนคลายหรือตึงตัวทางเศรษฐกิจ

วิเคราะห์ราคาทองโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยสามารถยืนเหนือแนวรับที่ 5,240 ดอลลาร์ จึงประเมินว่า ทองโลกมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 5,315 และ 5,345 ดอลลาร์ และอาจมีการย่อตัวลงในภายหลัง แต่หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 5,220 ดอลลาร์ ทองโลกอาจเข้าสู่ระยะปรับฐานลง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ม.ค. 69)