ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเล็กน้อย กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์พยุงตลาด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดขยับขึ้นเล็กน้อยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งในวันอังคาร (3 ก.พ.) โดยแรงขายรุนแรงในหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และโฆษณา ได้หักล้างกับการปรับตัวขึ้นของหุ้นที่เชื่อมโยงกับสินค้าโภคภัณฑ์

  • ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 617.93 จุด เพิ่มขึ้น 0.62 จุด หรือ +0.10%
  • ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,179.50 จุด ลดลง 1.67 จุด หรือ -0.02%,
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,780.79 จุด ลดลง 16.73 จุด หรือ -0.07% และ
  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,314.59 จุด ลดลง 26.97 จุด หรือ -0.26%

 

หุ้นกลุ่มสื่อร่วงลง 5.9% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงในวันเดียวมากที่สุดในรอบเกือบ 6 ปี ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง 4.2% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงแรงที่สุดในรอบกว่า 10 เดือน

นักลงทุนและนักวิเคราะห์ชี้ว่า การเปิดตัวเครื่องมือเสริมด้านกฎหมายของ Anthropic สำหรับแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ Claude เป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นความเคลื่อนไหวในวงกว้าง หลังนักลงทุนประเมินใหม่ว่าบริษัทเดิมในตลาดจะสามารถปกป้องรูปแบบธุรกิจของตนได้หรือไม่ ตอกย้ำความเสี่ยงจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมภาคธุรกิจซอฟต์แวร์

แรงกดดันดังกล่าวกระทบผู้ให้บริการข้อมูลด้านกฎหมายและวิชาชีพ โดยหุ้น RELX ของสหราชอาณาจักร และหุ้น Wolters Kluwer ของเนเธอร์แลนด์ ร่วงลง 14.4% และ 12.7% ตามลำดับ ขณะที่หุ้น SAP ของเยอรมนี ร่วงลง 4.6%

หุ้นกลุ่มบริการวิชาชีพรายอื่นก็ปรับตัวลงเช่นกัน โดยหุ้น Experian, Sage Group และ London Stock Exchange Group ร่วงลงในช่วง 6.7% ถึง 12.8%

หุ้นกลุ่มโฆษณาเผชิญแรงกดดันเช่นกัน โดยหุ้น Publicis ของฝรั่งเศส ร่วงลง 9.2% แม้คาดการณ์การเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานตามปกติในปีพ.ศ. 2569 ที่ระดับ 4% ถึง 5%

หุ้นกลุ่มทรัพยากรพื้นฐานปรับตัวขึ้นแรงที่สุดในบรรดากลุ่มอุตสาหกรรม โดยพุ่งขึ้น 4.2%

ก่อนหน้านี้ หุ้นที่เชื่อมโยงกับสินค้าโภคภัณฑ์ถูกกดดันมาตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว ตามการร่วงลงของราคาโลหะมีค่า จากการคาดการณ์ว่า เควิน วอร์ช ว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ อาจมีท่าทีคุมเข้มนโยบายการเงิน นอกจากนี้ การปรับเพิ่มหลักประกันการซื้อขายของตลาด CME ยังช่วยลดความร้อนแรงของตลาดโลหะ อย่างไรก็ดี ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ได้ฟื้นตัวบางส่วนตั้งแต่ช่วงท้ายตลาดเมื่อวันจันทร์

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ของยุโรปยังคงเป็นกลุ่มที่ทำผลงานดีที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี โดยปรับตัวขึ้นแล้วมากกว่า 18%

หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 1.5% ตามราคาน้ำมันที่ขยับสูงขึ้นเล็กน้อย

เยอรมนีกำลังพิจารณาการลงทุนตั้งแต่ดาวเทียมสอดแนม เครื่องบินอวกาศ ไปจนถึงเลเซอร์เชิงรุก ภายใต้แผนงบประมาณด้านอวกาศทางทหารมูลค่า 3.5 หมื่นล้านยูโร เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากรัสเซียและจีน โดยดัชนีหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศและอากาศยาน ปรับขึ้น 0.5%

บรรดานักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่การเปิดเผยผลประกอบการ โดยหุ้น Amundi ซึ่งเป็นผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของยุโรป ปรับตัวขึ้น 1.7% หลังรายงานกระแสเงินทุนไหลเข้าสุทธิในไตรมาส 4 สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้

ขณะที่หุ้น Siltronic ผู้ผลิตแผ่นเวเฟอร์เซมิคอนดักเตอร์ของเยอรมนี ร่วงลง 8% แม้รายงานกำไรหลักและรายได้ในไตรมาส 4 สูงกว่าประมาณการของตลาดก็ตาม

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 ก.พ. 69)