
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอสเซทไวส์ [ASW] กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าปี 69 จะกวาดยอดขาย 1.85 หมื่นล้านบาท และสร้างรายได้รวม 1.25 หมื่นล้านบาท เติบโต 19% จากปีก่อนหน้า โดยมีโครงการสร้างเสร็จใหม่พร้อมโอนจำนวน 11 โครงการ มูลค่ารวม 2.67 หมื่นล้านบาท และมียอดขายรอโอน (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 3.28 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องถึงปี 70 สะท้อนความสามารถในการสร้างรายได้และการเติบโตในระยะยาว
ในปีนี้บริษัทมีแผนเปิด 11 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 1.75 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นในกรุงเทพฯและปริมณฑล 5 โครงการ มูลค่ารวม 7.45 พันล้านบาท โดยช่วงครึ่งปีแรกจะทยอยเปิดโครงการคอนโดมิเนียม “เคฟ คานิเวิล รังสิต” (Kave Carnival Rangsit) รวมถึงบ้านแนวราบแบรนด์ใหม่ “เบลสซินี่ รังสิต” (Blessini Rangsit) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น และโครงการช็อปเฮาส์ภายใต้แบรนด์ “ไวส์ เฮาส์ รังสิต” (Wise House Rangsit) บนทำเลใกล้มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้โครงการมิกซ์ยูส “ไวส์พาร์ค รังสิต” (Wise Park Rangsit) บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ ผสานทั้งคอมมูนิตี้มอลล์ที่เปิดให้ลูกบ้านและคนในพื้นที่โดยรอบสามารถเข้ามาใช้ชีวิตและทำกิจกรรมร่วมกัน ควบคู่กับโครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียมของแอสเซทไวส์ โดยออกแบบพื้นที่ส่วนกลางและฟังก์ชันการใช้งานให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้คนทุกช่วงวัย บนทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อเมือง เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันอย่างสมดุล
ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งบน Strategic Location ในหัวเมืองท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มองหาที่อยู่อาศัยเพื่อการพักผ่อนและการลงทุนในฐานะบ้านหลังที่สอง (Second Home) โดยมีแผนเปิดตัวโครงการ Leisure Residence ในภูเก็ตถึง 6 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 1.01 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมทำเลศักยภาพทั้งหาดราไวย์ ในยาง และกมลา
รวมถึงการขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ทำเลใหม่อย่างหาดสุรินทร์ และเกาะแก้ว โดยโครงการไฮไลท์ที่จะเปิดขายในเร็วๆ นี้ ได้แก่ “เบียงกาน่า สุรินทร์” (Biancana Surin), “คาซ่า เดอ มอนเต้” (Casa de Monte)โครงการพูลวิลล่าระดับลักชัวรีในโซนเกาะแก้ว และ “เดอะ ไทเทิล วิวาน่า กมลา” (THE TITLE Vivana Kamala) บนทำเลหาดกมลา ซึ่งเตรียมเปิดตัวในช่วงไฮซีซันนี้ รองรับดีมานด์จากทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ
นอกจากนี้ บมจ.ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ [TITLE] ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่พัฒนาโครงการ Leisure Residence เพื่อการพักอาศัยและการลงทุนอย่างยั่งยืน ได้ย้ายหลักทรัพย์จากตลาดหลักทรัพย์ mai เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งตามแผน พร้อมเปิดโอกาสให้กลุ่มนักลงทุนสถาบันเข้ามาลงทุนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมเสถียรภาพของราคาหุ้น และสนับสนุนการขยายการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ASW ยังมุ่งสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) ผ่านบริษัทย่อยในเครือ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาวและเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ทั้งธุรกิจซื้อขายฝากเช่าครบวงจร สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยของแอสเซทไวส์ ผ่าน Asset A Plus ธุรกิจ Health & Wellness ผ่าน WHB เช่น Rocket Fitness และคลินิกกายภาพบำบัด Vitala ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ ผ่าน Wisejai และ ZAAP World ในการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ต่างๆ ธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ ผ่าน Treasure M พัฒนา Mingle Mall ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูเก็ต รวมถึงธุรกิจ Hospitality ผ่าน TITLE โดยเปิดตัว เดอะ ซาลูท (The Salute) Beach Restaurant ริมหาดในยาง และโรงแรมโวโค ภูเก็ต บางเทา (voco Phuket Bangtao) เป็นแห่งแรกในภูเก็ต ซึ่งคาดว่าจะให้บริการในปี 69 และปี 72
นายกรมเชษฐ์ กล่าวว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 69 ยังอยู่ในภาวะทรงตัวต่อเนื่องจากปีก่อน แต่เราเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากสมดุลของตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น ผู้พัฒนาโครงการเน้นหนักการบริหารจัดการสต๊อกและศึกษาตลาดก่อนเปิดโครงการใหม่อย่างรอบคอบ ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาลดความรุนแรงลง ขณะที่กำลังซื้อฝั่งเรียลดีมานด์ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป
ส่วนปัจจัยภายนอกประเทศ ราคาน้ำมันโลกปรับลดลงถือเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการควบคุมต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าขนส่ง เช่นเดียวกับในประเทศ สถานการณ์ภัยธรรมชาติและภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องในปีนี้ ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังซื้อและทำให้ผู้ประกอบการวางแผนได้มีประสิทธิภาพ ในสภาวะที่ตลาดมีความเฉพาะตัวสูง ดีเวลอปเปอร์ที่มองเห็นโอกาสและเข้าใจตลาดอย่างแท้จริง จะยังสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
ASW มุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “EMPOWERING THE FUTURE” โดยวางกรอบกลยุทธ์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างยั่งยืน ครอบคลุม 4 มิติหลัก ได้แก่ 1. Product Excellence มุ่งยกระดับคุณภาพโครงการในทุกมิติ ทั้งการออกแบบฟังก์ชันและดีไซน์ เพื่อส่งมอบที่อยู่อาศัยรวมถึงบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงของลูกค้าบนทำเลศักยภาพ สะท้อนมาตรฐานคุณภาพที่แข็งแกร่งและความใส่ใจในทุกรายละเอียดของแอสเซทไวส์
2. Business Transformation ขับเคลื่อนองค์กรด้วยการปรับกระบวนการดำเนินงาน การยกระดับศักยภาพบุคลากร และการบริหารจัดการธุรกิจและกลยุทธ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ รองรับการเติบโตในระยะยาว และสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรในทุกสภาวะตลาด
3. Exceeding Stakeholders’ Expectations ยกระดับการสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า นักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ พนักงาน และสังคม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน
4. Diversification & Partnership เดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านการกระจายพอร์ตธุรกิจและการลงทุนในโครงการบนทำเลที่หลากหลาย พร้อมผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ (New S-Curve) เสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้กรอบกลยุทธ์ทั้ง 4 มิตินี้ บริษัทเชื่อมั่นว่าแผนธุรกิจปี 69 จะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งตามเป้าหมายที่วางไว้ทั้งในด้านยอดขาย รายได้ และการขยายพอร์ตโฟลิโอในทำเลศักยภาพ พร้อมสร้างคุณค่าให้กับนักลงทุน ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ และเสริมศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 ก.พ. 69)





